
เมื่อวันที่ 5 เมษายน นายจุมพฏ วรรณศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.สุวัจน์ สุขศรี ผบก.ภ. จว.สุราษฎร์ธานี ความคืบหน้าคดีสำคัญเกี่ยวกับการกักตุน “สินค้าควบคุม” หลังเจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนรายใหญ่ในพื้นที่ ฐานกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 4 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 23.30 น. โดย พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อให้ดำเนินคดีกับบริษัท พี.ซี สยามปิโตรเลียม จำกัด (สำนักงานใหญ่) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

การร้องทุกข์ครั้งนี้ระบุพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็น
- ครอบครองสินค้าควบคุมเกินปริมาณที่กำหนด
- เก็บสินค้าในสถานที่ที่ไม่ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่
- ไม่นำสินค้าออกจำหน่ายตามปกติ
- ปฏิเสธหรือประวิงการจำหน่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควร
พฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก่อนถูกตรวจพบและถูกรวบรวมเป็นคดีอาญาที่ 468/2569 โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายเรียบร้อยแล้ว และเตรียมเดินหน้าสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

รายงานข่าวระบุว่า ปมคดีนี้เชื่อมโยงกับปฏิบัติการตรวจสอบคลังน้ำมันครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงและเศรษฐกิจระดับประเทศสนธิกำลังเข้าตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน
ปฏิบัติการดังกล่าวครอบคลุมคลังน้ำมันขนาดใหญ่รวม 6 แห่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่
- บริษัท พี.ซี สยาม ปิโตรเลียม จำกัด
- บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) คลังปิโตรเลียมสุราษฎร์ธานี
- บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) คลังปิโตรเลียมสุราษฎร์ธานี (อีกจุด)
- คลังน้ำมันร่วมเชลล์–บางจาก ศรีราชา สุราษฎร์ธานี
- บริษัท สตาร์ฟูเอล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด
- บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน)

การเข้าตรวจครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเข้มของภาครัฐ เพื่อสกัดการกักตุนและควบคุมเสถียรภาพราคาพลังงาน ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนในตลาดโลก
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด หากพบการกระทำผิดชัดเจน เตรียมดำเนินคดีถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง
คดีนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ “คลังน้ำมัน” แต่กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐ ในการเอาจริงกับการกักตุนสินค้าควบคุม—ที่อาจสะเทือนถึงค่าครองชีพของคนทั้งภูมิภาค

