
เกษตรกรบ้านป่าเย่ นราธิวาส แห่ปลูก “ถั่วหรั่ง” พืชเศรษฐกิจใต้ดินปีละครั้ง สร้างรายได้งามช่วงหน้าฝน พร้อมส่งออกขายไกลถึงมาเลเซีย
เมื่อเข้าสู่ช่วงต้นฤดูฝนประมาณปลายเดือนเมษายน เกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่ 10 บ้านป่าเย่ ตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก “ถั่วหรั่ง” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “กาแจโป” พืชหัวใต้ดินตระกูลถั่วซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจพื้นบ้านตัวสำคัญของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดีและอำเภอตากใบ เนื่องจากถั่วหรั่งเป็นพืชที่ให้ผลผลิตเพียงปีละ 1 ครั้ง ทำให้กลายเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นที่ต้องการของตลาดในทุกๆ ปี

เกษตรกรในพื้นที่นิยมปลูกถั่วหรั่งเป็นพืชแซมในพื้นที่ว่างระหว่างแถวของพืชหลัก เช่น สวนยางพาราหรือสวนปาล์มน้ำมันในระยะเริ่มปลูก การปลูกลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ช่วยบำรุงดินและลดการเจริญเติบโตของวัชพืชเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้เสริมให้แก่ครัวเรือน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ไม่สามารถกรีดยางพาราได้ หรือในช่วงที่ต้องรอเก็บเกี่ยวผลผลิตปาล์มน้ำมัน

นางสาวพิมพิรา ประดิษฐ์ธรรม เกษตรกรบ้านป่าเย่ เปิดเผยถึงกระบวนการปลูกว่า เริ่มต้นจากการเตรียมดินและถ่างป่ากำจัดวัชพืชในช่วงปลายเดือนเมษายน ทำการปลูกโดยเว้นระยะห่างระหว่างหลุม 50 ถึง 100 เซนติเมตร ในเดือนแรกจะใช้วิธีรองพื้นด้วยปุ๋ยขี้ไก่ และเมื่อต้นเริ่มเจริญเติบโตจะบำรุงด้วยปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 16-16-16 ในอัตรากอละประมาณ 1 กำมือ ซึ่งได้รับคำแนะนำทางวิชาการอย่างใกล้ชิดจากสำนักงานเกษตรอำเภอสุไหงปาดี ถั่วหรั่งใช้ระยะเวลาในการเจริญเติบโตราว 4 ถึง 5 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน โดยให้ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 360 กิโลกรัมต่อไร่ การเก็บเกี่ยวนั้นจะทำการขุดเฉพาะส่วนหัวใต้ดิน ส่วนใบและลำต้นจะปล่อยให้ย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยพืชสดเพื่อบำรุงดินต่อไป

สำหรับด้านช่องทางการตลาด ผลผลิตถั่วหรั่งสดมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 30 ถึง 40 บาทต่อกิโลกรัม โดยจะมีพ่อค้าคนกลางเดินทางมารับซื้อถึงหน้าสวน เพื่อกระจายสินค้าจำหน่ายในพื้นที่ตำบลสุไหงปาดี อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอสุไหงโก-ลก และส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศมาเลเซีย

ด้าน นางโรซานา สือนิ เกษตรอำเภอสุไหงปาดี ระบุว่า สำนักงานเกษตรอำเภอสุไหงปาดีได้ขับเคลื่อน “โครงการส่งเสริมการเกษตรจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กิจกรรมส่งเสริมพืชท้องถิ่น)” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา และสำนักงานเกษตรจังหวัดนราธิวาส ในการสนับสนุนปัจจัยการผลิต ทั้งปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมี เพื่อช่วยลดต้นทุนและยกระดับคุณภาพผลผลิตให้แก่เกษตรกร

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าและแก้ข้อจำกัดในเรื่องอายุการเก็บรักษา สำนักงานเกษตรอำเภอสุไหงปาดีได้ร่วมมือกับคณะเกษตร มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ในการต่อยอดแปรรูปถั่วหรั่งเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น น้ำเต้าหู้ถั่วหรั่ง และน้ำจิ้มถั่วหรั่งสำหรับรับประทานคู่กับผลไม้ดอง พร้อมกันนี้ยังมีแนวคิดที่จะพัฒนาเป็น “ถั่วหรั่งต้มพร้อมรับประทาน” (Ready-to-eat) เพื่อเตรียมวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อชื่อดังอย่าง 7-Eleven ซึ่งต้องอาศัยการศึกษาวิจัยและงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมในอนาคต

แม้ว่าการปลูกถั่วหรั่งจะสามารถสร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี แต่ในความเป็นจริงยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคปัญหาเรื่องโรคพืช ต้นทุนปุ๋ยที่สูงขึ้น และความต้องการเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ การได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านเทคโนโลยีการเกษตร ปัจจัยการผลิต และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า จึงถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาถั่วหรั่งให้ก้าวขึ้นเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างความมั่นคงและยั่งยืนแก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคได้อย่างแท้จริง
ข่าว/ภาพ : แวดาโอ๊ะ หะไร ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส
