ยายวัย 76 ในศูนย์พักพิงบุรีรัมย์สวดภาวนาให้ทหารไทยรบชนะข้าศึก

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ชาวบ้านแนวชายแดนจากหลายอำเภอ ที่อพยพหนีภัยสงครามมาอยู่ในศูนย์พักพิงแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ต่างอยากกลับบ้านหลังการสู้รบเริ่มยืดเยื้อ ต้องอยู่ในศูนย์พักพิงเกือบ 10 วันแล้ว ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าอยากให้รัฐบาลและทหารเร่งจัดการปัญหาความขัดแย้งกับกัมพูชาให้จบโดยเร็ว  ไม่ว่าจะด้วยวิธีการเจรจา  หรือสู้รบก็ตาม แต่หากจะมีการเจรจาแล้วไม่เป็นผลดีกับไทยก็ให้รบกันให้รู้แพ้ชนะไปเลยแล้วก็สร้างกำแพงกั้นเขตแดนให้ชัดเจนต่างฝ่ายต่างไม่ต้องยุ่งกันอีก

อีกทั้ง ยังทั้งป้องกันไม่ให้กัมพูชามารุกรานหรือรุกล้ำอธิปไตยไทยอีก และจะได้ไม่เกิดสงครามในรุ่นลูกหลาน เพราะการอพยพแต่ละครั้งเดือดร้อนต้องทิ้งบ้านเรือน ไม่สามารถทำมาหากินได้ต้องขาดรายได้นอกจากนั้นผู้อพยพต่างก็อวยพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองทหารที่อยู่แนวหน้า ปลอดภัยทุกคน และได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว 

ยายฮุน  แวนประโคน อายุ 76 ปี   ชาวอำเภอบ้านกรวด  บอกว่า  หลังจากมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงเกือบ 10 วันก็เป็นห่วงตาที่อยู่เฝ้าบ้าน และเป็นห่วงหมูที่ท้องแก่ใกล้คลอดแล้วอยากจะกลับบ้านแล้ว อยากให้รัฐบาลตัดสินใจจัดการปัญหาพิพาทชายแดนให้จบโดยเร็ว  แต่หากการเจรจาไม่เป็นผลดีกับประเทศไทย เพราะเขมรไม่มีสัจจะก็ให้สู้รบกันให้จบๆ ไปเลย ทุกวันที่ยายมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงก็ได้สวดมนต์ภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองลูกหลานทหารแนวหน้าทุกคน  ขอให้ปลอดภัย    อยากให้สงครามไทย-เขมรจบในชาตินี้  ไม่ต้องมีสงครามอีกในรุ่นลูกหลาน หากจะสร้างกำแพงชาวบ้านก็พร้อมออกเงินช่วยคนละ 100 – 200 บาท อยากให้ตัดขาดเขมรที่ไม่มีสัจจะ ไปคบกันประเทศอื่นก็ได้ที่จริงใจกว่านี้

น.ส.จิรา คงยศ   อายุ 41 ปี   ชาวอำเภอบ้านกรวด  บอกว่า  เป็นห่วงลูกชายและสามี ซึ่งเป็น ชรบ. คอยดูแลความเรียบร้อยและบ้านเรือนให้กับประชาชนในหมู่บ้าน   หลังจากที่เขมรเริ่มยิงเข้ามาในพื้นที่พลเรือน   ก็จะโทรศัพท์พูดคุยสอบถามข่าวทุกวัน   ก็อยากให้สถานการณ์สู้รบจบลงโดยเร็ว ไม่ว่าจะด้วยวิธีการเจรจา หรือสู้รบกันก็ตามแต่ไม่อยากให้ยืดเยื้อ หรือมีการสู้รบกันอีก  เพราะอพยพมา 2 รอบ เดือดร้อนมากทั้งลูก 2 คนก็ป่วยต้องให้เลือดทุกวัน  ไหนจะไม่ได้ทำมาหากินอีก  หากยืดเยื้อก็กระทบกับรายได้และภาระหนี้สินอีก

ขณะที่ สถานการณ์แนวรบบริเวณช่องสายตะกู  อ.บ้านกรวด วันนี้ชาวบ้านบอกว่าได้ยินเสียงปืนใหญ่เบาบางลง   แต่ตอนกลางคืนจะพบโดรนปริศนาบินหลายลำ เจ้าหน้าที่ก็ต้องมีการเฝ้าระวังตลอด  เพราะไม่รู้ว่าเป็นโดรนสอดแนม หรือโดรนพลีชีพของกัมพูชา

ข่าว/ภาพ : สุรชัย  พิรักษา ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์