
สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–เมียนมา ด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เกิดความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังมีรายงานการสู้รบในพื้นที่ฝั่งตรงข้ามชายแดน ส่งผลให้ประชาชนชาวเมียนมาจำนวนมากต้องอพยพหนีภัยความไม่สงบเข้ามายังฝั่งประเทศไทย
นายกันต์พงษ์ พิพัฒมนตรีกุล หรือ “นายอำเภอนพ” นายอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู และกำลังปกครองท้องที่ตำบลมหาวัน ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์บริเวณชายแดนบ้านมหาวัน หมู่ 1 ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด หลังได้รับรายงานว่าเกิดการโจมตีทางอากาศในฝั่งประเทศเมียนมา
จากการตรวจสอบพบว่า กองกำลังทหารรัฐบาลเมียนมา กองพลทหารราบเบาที่ 22 ได้ใช้อากาศยานไร้คนขับแบบพลีชีพ หรือโดรนโจมตีกามิกาเซ่ โจมตีเป้าหมายบริเวณพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวของผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (IDPs) ที่บริเวณเกาะมะนาว หรือพื้นที่ปลอตะโปล้ บ้านผาลูน้อย อำเภอเมียวดี จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สหภาพเมียนมา ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับบ้านมหาวันของฝั่งไทย ห่างจากแนวชายแดนเพียงประมาณ 500 เมตรเท่านั้น

แรงระเบิดจากการโจมตีดังกล่าว ส่งผลให้มีชาวเมียนมาเสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างหนัก
ขณะเดียวกันสถานการณ์การสู้รบที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนชาวเมียนมาซึ่งอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง ต้องอพยพหนีภัยข้ามแม่น้ำเมยมายังฝั่งประเทศไทย รวมจำนวนทั้งสิ้น 260 คน แบ่งเป็นชาย 76 คน หญิง 122 คน และเด็ก 62 คน

โดยกลุ่มผู้หนีภัยได้ทยอยข้ามมายังฝั่งไทยผ่านจุดท่าทุ่งน้อย จำนวน 112 คน และบริเวณท่าโป่งอีก 148 คน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและทหารไทยได้เร่งเข้าช่วยเหลือ พร้อมนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมหาวัน
เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังดูแลพื้นที่และควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลุกลามหรือกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนฝั่งไทย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนค่ำของวันเดียวกัน ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาทั้ง 260 คน ได้เดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาฝั่งประเทศเมียนมาด้วยความสมัครใจทั้งหมด
ทั้งนี้ พ.อ.ชนนกานต์ แสงศร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ได้สั่งการให้กำลังทหารตรึงกำลังตลอดแนวชายแดนไทย–เมียนมา เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทยตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด
ช่าว/ภาพ : อัศวิน พินิจวงษ์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดตาก


