
สถานการณ์น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งวิกฤตหนัก “สส.เต๋า-ศุภชัย นพขำ” ลุยน้ำท่วมสูงในอำเภอสามโคก ปทุมธานี แจกถุงยังชีพกว่า 1,200 ชุด บรรเทาทุกข์ชาวบ้านเร่งด่วน
วิกฤตแม่น้ำเจ้าพระยาหนุนสูงและน้ำเหนือไหลหลากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนริมสองฝั่งอย่างต่อเนื่อง สร้างความเดือดร้อนและความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นวงกว้าง เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นายศุภชัย นพขำ (สส.เต๋า) สส.ปทุมธานี พร้อมด้วย นายวชิรวิทย์ นพขำ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการตำรวจ และทีมงาน ลงพื้นที่ลุยน้ำท่วมสูงในอำเภอสามโคก เพื่อตรวจเยี่ยมสภาพความเป็นอยู่ ให้กำลังใจ และนำสิ่งของเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

การลงพื้นที่ฝ่ากระแสน้ำในครั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบลหลักของอำเภอสามโคกที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ ตำบลบ้านงิ้ว ตำบลเชียงรากน้อย และตำบลบ้านปทุม โดยมีนายสมชาย นิ่มเชียง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านปทุม และนายอัครชัย กรุดเงิน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านงิ้ว รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ร่วมลงพื้นที่อำนวยความสะดวกและเข้าถึงประชาชนอย่างใกล้ชิด

ทางด้าน สส.เต๋า ศุภชัย และทีมงาน ได้จัดเตรียมถุงยังชีพซึ่งบรรจุสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง และน้ำดื่มสะอาด รวมกว่า 1,200 ถุง โดยนำใส่เรือและเดินลุยน้ำลึกเข้าแจกจ่ายให้ถึงมือพี่น้องประชาชนถึงหน้าบ้านเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

นายศุภชัย เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ว่า จากสถานการณ์น้ำหนุนและน้ำเหนือที่ไหลหลากในขณะนี้ ทำให้ประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ตนและทีมงานตั้งใจมาเห็นความเดือดร้อนด้วยตาตัวเอง เพื่อนำข้อมูลไปประสานงานหาแนวทางช่วยเหลือในระยะยาว สำหรับถุงยังชีพ 1,200 ถุงนี้ เป็นเพียงการบรรเทาทุกข์เบื้องต้นเท่านั้น แต่ตนได้ตั้งเป้าหมายไว้ชัดเจนว่าจะนำทีมตระเวนแจกถุงยังชีพในลักษณะนี้ทุกวัน จนกว่าทุกหลังคาเรือนจะได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

“เราตั้งใจไว้แล้วว่าจะลงพื้นที่เดินหน้าเข้าหาทุกชุมชน ทุกหลังคาเรือน จนกว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะได้รับความช่วยเหลือและมีถุงยังชีพครบทุกครัวเรือน โดยเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน” สส.เต๋า ย้ำด้วยความมุ่งมั่น

ขณะที่ นายวชิรวิทย์ นพขำ กล่าวเสริมว่า ในฐานะคนในพื้นที่ ตนเข้าใจดีถึงความยากลำบากของพี่น้องชาวสามโคกยามน้ำท่วม นอกจากการมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์แล้ว ยังได้ลงพื้นที่พูดคุยเพื่อรับฟังปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งจะรีบนำข้อมูลไปหารือเพื่อวางมาตรการดูแลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

บรรยากาศตลอดการลงพื้นที่เป็นไปอย่างอบอุ่นและซาบซึ้ง แม้ระดับน้ำจะท่วมสูงและเส้นทางสัญจรเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่รอยยิ้มและคำขอบคุณจากประชาชนที่สะท้อนออกมา คือเครื่องยืนยันว่าความห่วงใยได้เดินทางไปถึง โดยทีมงาน สส.เต๋า จะยังคงเกาะติดสถานการณ์น้ำในจังหวัดปทุมธานีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ข่าว/ภาพ : พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา ผู้สื่อข่าวจังหวัดปทุมธานี



