
บรรยากาศประเพณีสงกรานต์ของชาวไทยเชื้อสายมอญบ้านวังกะ ที่ วัดวังก์วิเวการาม อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเย็นวันที่ 17 เมษายน 2569 ยังคงอบอวลไปด้วยแรงศรัทธา แม้ปัจจัยทางเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่พุ่งสูง จะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงจากปีก่อน แต่ความยิ่งใหญ่ของพิธีกรรมยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

ตั้งแต่ช่วงเช้า ชาวบ้านในชุดพื้นเมืองสีสันสดใส ต่างเทินขันน้ำหอม น้ำปรุง เดินทางมุ่งหน้าสู่ลานหน้าเจดีย์พุทธคยา เพื่อร่วมพิธีสรงน้ำพระตามขนบธรรมเนียมดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน บริเวณโดยรอบแน่นขนัดไปด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาด้วยแรงศรัทธา

พิธีเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยนายกเทศมนตรีตำบลวังกะ อัญเชิญพระพุทธรูปทองคำให้ประชาชนได้สรงน้ำผ่าน “รางไม้ไผ่” ที่จัดสร้างขึ้นเป็นพิเศษ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จะนำรูปเหมือน หลวงพ่ออุตตมะ อดีตพระเกจิชื่อดังของชุมชน มาให้ผู้ร่วมงานได้สรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล


ไฮไลต์สำคัญที่ดึงดูดสายตาผู้ร่วมงาน คือพิธีกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ เมื่อพระสงฆ์กว่า 20 รูป นำโดยเจ้าอาวาส เดินลงจากเจดีย์พุทธคยา ท่ามกลางภาพที่สะเทือนใจ ชายชาวบ้านจำนวนมากพากันนอนเรียงตัวในสายน้ำ เพื่อให้พระสงฆ์ “เหยียบ” ผ่านไปยังซุ้มอาบน้ำที่สร้างจากไม้ไผ่และทางมะพร้าว ความเชื่อที่สืบทอดกันมาระบุว่า การกระทำดังกล่าวจะนำมาซึ่งบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ และเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต

ขณะเดียวกัน รางไม้ไผ่ยาวที่ถูกออกแบบอย่างประณีต ได้กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของงาน เมื่อผู้เข้าร่วมต่างพร้อมใจกันเทน้ำขมิ้นส้มป่อยลงไปน้ำจะไหลรวมสู่ซุ้มอาบน้ำที่ตกแต่งอย่างงดงาม สร้างภาพพิธีสรงน้ำพระที่แปลกตาและหาไม่ได้จากที่ใดในโลก


แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวปีนี้จะลดลง แต่ประเพณีสงกรานต์มอญบ้านวังกะยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น ทั้งในด้านที่พัก อาหาร และสินค้าพื้นบ้าน สะท้อนให้เห็นว่า “ศรัทธา” ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมยังคงดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก สังขละบุรียังคงยืนหยัดด้วยรากเหง้าแห่งวัฒนธรรม—และศรัทธาที่ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา



