เชียงใหม่วิกฤตหนัก 346 จุดความร้อนในวันเดียวพระ-อาสา-นักอนุรักษ์รวมพลังสู้ไฟป่า

สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ยังคงวิกฤตอย่างหนัก หลังผ่านพ้นเทศกาลสงกรานต์ แต่เปลวเพลิงกลับไม่มีทีท่าจะสงบลง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดและแห้งแล้งที่ยิ่งโหมให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่

ที่แนวหน้าของวิกฤตครั้งนี้ พระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงนำทีมจิตอาสาเดินหน้าปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมี ทราย-สิรณัฐ สก๊อต นักอนุรักษ์ชื่อดัง และเจ้าหน้าที่อาสาดับไฟป่าจากมูลนิธิเพชรเกษม จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ร่วมภารกิจในเขตตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม

จุดแรกของภารกิจอยู่ในพื้นที่ป่าตำบลแม่แรม ซึ่งเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินจากหลายหน่วยงานต้องระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน พร้อมประสานการทำงานกับอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ที่บินโปรยน้ำจากทางอากาศ เพื่อสกัดไม่ให้ไฟลุกลามเป็นวงกว้าง

จากนั้นทีมได้เคลื่อนกำลังไปยังจุดที่สอง บริเวณผืนป่าด้านหลัง สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งพบว่าเพลิงกำลังเผาไหม้พื้นป่าอย่างต่อเนื่อง โดยลักษณะพื้นที่เป็นป่าไผ่และป่าเบญจพรรณ ส่งผลให้ไฟลุกลามรวดเร็วและกินพื้นที่เป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว ก่อนจะสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

ท่ามกลางข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ พระครูอ๊อดยังได้มอบเครื่องเป่าลมให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมไฟป่า หลังพบว่าทรัพยากรยังไม่เพียงพอต่อภารกิจที่หนักหน่วงในปีนี้

พระครูอ๊อดย้ำว่า สถานการณ์ไฟป่าในปีนี้รุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา พร้อมขอความร่วมมือทุกฝ่ายเร่งช่วยกันแก้ไขปัญหา และไม่ต้องการให้ประเด็นการเผาป่าถูกนำไปโยงกับความขัดแย้งทางการเมือง ขณะที่ทีมอาสาสมัครได้ปฏิบัติภารกิจมาแล้วต่อเนื่องกว่า 18 วัน ทั้งกลางวันและกลางคืน

ด้านข้อมูลจาก GISTDA ระบุว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 จังหวัดเชียงใหม่พบจุดความร้อนสูงถึง 346 จุด ภายในวันเดียว กระจายตัวในหลายอำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภออมก๋อย ฮอด และแม่แจ่ม ซึ่งยังคงเป็นพื้นที่วิกฤต

ขณะเดียวกัน ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ยังคงเกินค่ามาตรฐานต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานสะสมยาวนานถึง 38 วัน

สำหรับสถิติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 18 เมษายน 2569 จังหวัดเชียงใหม่มีจุดความร้อนรวมแล้วถึง 9,818 จุด ส่งผลให้ทางจังหวัดต้องประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยกรณีไฟป่า ครอบคลุม 16 อำเภอ 83 ตำบล 636 หมู่บ้าน และ 27 ชุมชน

วิกฤตไฟป่าครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงภัยธรรมชาติ แต่กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของทุกภาคส่วน ที่ต้องร่วมมือกันอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ผืนป่าจะถูกเผาผลาญไปมากกว่านี้ และก่อนที่ผลกระทบจะลุกลามไปไกลเกินควบคุม

ข่าว/ภาพ : ภาณุเมศ ตันรักษา ผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่