
ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่กลืนกินทุกชีวิตในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไม่มีใครรู้ว่า “หมูตัวหนึ่ง” กำลังต่อสู้กับความตายอย่างโดดเดี่ยว
“เจ้าบุญรอด” หมูเพศผู้ น้ำหนักราว 50 กิโลกรัม ลอยคอกลางน้ำท่วม ก่อนจะขึ้นไปติดอยู่บนหลังคาบ้านอย่างสิ้นหวังนานถึง 5 วัน ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากของมีคม คาดว่าเป็นแผ่นสังกะสีที่บาดขณะว่ายน้ำหนีตาย ทุกวินาทีคือการรอคอยที่ไม่รู้ว่าจะมีใครมาเห็นหรือไม่

จนกระทั่งทีมอาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม นำโดย นายชัยสิทธิ์ เล็งไธสงค์ อายุ 44 ปี พบเข้าและตัดสินใจช่วยชีวิตนี้ไว้ แม้จะไม่รู้ว่าเจ้าของคือใคร และไม่มีหลักประกันว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร
หลังเสร็จภารกิจช่วยน้ำท่วม ทีมกู้ภัยพาเจ้าบุญรอดติดรถกลับจังหวัดอุดรธานี ระยะทางกว่า 1,600 กิโลเมตร ไม่ใช่เพื่อข่าว ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง แต่เพราะไม่อาจปล่อยให้ชีวิตหนึ่งถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

และแล้ว ชะตาของเจ้าบุญรอดก็พลิกอีกครั้ง เมื่อคลิปการช่วยเหลือไปสะกิดหัวใจ “ผอ.ฟ้า” ดร.พรทิพา สุพัฒนุกูล ผู้อำนวยการสถานีวิทยุฟ้าให้ทีวีช่องดาวเทียม
ผอ.ฟ้าเผยว่า ตอนเห็นคลิปไม่ได้รู้เลยว่านี่คือหมูที่กำลังเป็นข่าวดัง รู้เพียงว่ามันคือชีวิตที่รอดมาอย่างปาฏิหาริย์ ลอยมากับสายน้ำเชี่ยว และติดอยู่บนหลังคานานหลายวันอย่างเดียวดาย จึงสั่งให้ทีมงานรีบประสาน หากไม่มีใครรับเลี้ยง ตนพร้อมอุปการะดูแลอย่างดีที่สุด

เมื่อเจ้าบุญรอดถูกนำมาส่ง สภาพแทบไม่เหลือเค้าเดิม บาดแผลเต็มตัว หูเริ่มเน่า ผอ.ฟ้าลงมือดูแลด้วยตนเอง ล้างแผล ฆ่าเชื้อ ทำทุกวันไม่เคยขาด จนหมูกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง และได้อยู่ร่วมกับ “เจ้าบุญมี” หมูป่าที่เลี้ยงไว้ เป็นเพื่อนคลายความโดดเดี่ยว
ไม่เพียงเท่านั้น ผอ.ฟ้ายังสนับสนุนการทำความดีของอาสากู้ภัย ด้วยเงิน 50,000 บาท เพื่อจัดหาเสื้อชูชีพ รองเท้า และอุปกรณ์ช่วยชีวิตเพิ่มเติม

“ถ้าวันนั้นเขาไม่เจอ และไม่พามา วันนี้เจ้าบุญรอดอาจไม่มีลมหายใจอยู่แล้ว” ผอ.ฟ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
จากหมูไร้เจ้าของกลางสายน้ำ วันนี้เจ้าบุญรอดไม่เพียงรอดชีวิต แต่ได้บ้านใหม่ ได้เพื่อน และกลายเป็นบทพิสูจน์ว่า ในวันที่น้ำท่วมพรากทุกอย่างไป สิ่งเดียวที่ยังไม่จมหาย คือ ‘ความเมตตาของมนุษย์’
ภาพ/ข่าว : ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าวจังหวัดนนทบุรี

