8 ปีไร้กายแต่ไม่ไร้คุณ”พระเทพพิพัฒนาภรณ์”พระนักพัฒนาแห่งสุราษฎร์ฯศรัทธายังล้น

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 บรรยากาศที่ศาลาการเปรียญ วัดท่าไทร อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เต็มไปด้วยแรงศรัทธาของพุทธบริษัทที่พร้อมใจกันมาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน อุทิศถวายแด่ พระเทพพิพัฒนาภรณ์ (ชูชาติ กนฺตวณฺณมหาเถร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องในวาระครบ 8 ปีแห่งการมรณภาพ

แม้กาลเวลาจะผ่านพ้นไปนานถึง 8 ปี แต่ชื่อของท่านยังคงดังก้องในหัวใจของชาวเมืองคนดี ในฐานะพระเถระผู้เปี่ยมเมตตา อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาและสาธารณประโยชน์อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย

พิธีในครั้งนี้ได้รับความเมตตาจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ นำโดย พระราชไพศาลมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 16 ธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดธรรมบูชา พระอารามหลวง พร้อมด้วย พระวชิรปริยัตยาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าอาวาส วัดพัฒนาราม พระอารามหลวง และพระสุนทรวชิรนายก เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี ธรรมยุต ร่วมเป็นประธานสงฆ์ ท่ามกลางเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาส และพระเถระทั่วทั้งจังหวัดที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ฝ่ายฆราวาสก็ร่วมกันแสดงความกตัญญู อาทิ นายพูลศักดิ์ โสภณปทุมรักษ์ นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ นายสนิท ศรีวิหค อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว ส.ส.สุราษฎร์ธานี รวมถึงผู้แทนหน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนมาก

พระนักพัฒนา ผู้ให้จน “ย่ามว่าง”

สำหรับประวัติของพระเทพพิพัฒนาภรณ์ มีนามเดิมว่า ชูชาติ พัฒนเจริญ อุปสมบทเมื่อปี 2505 ที่วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ อำเภอดอนสัก สำเร็จการศึกษาเปรียญธรรม 5 ประโยค นักธรรมเอก และก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานีนานถึง 20 ปี (พ.ศ. 2541–2561)

ด้านสมณศักดิ์ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ตามลำดับ จนเป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ “พระเทพพิพัฒนาภรณ์” ก่อนมรณภาพเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2561 สิริอายุ 78 ปี 55 พรรษา

สิ่งที่ชาวบ้านจดจำมิใช่เพียงตำแหน่งหรือสมณศักดิ์ หากแต่เป็น “หัวใจแห่งการให้” ท่านเป็นพระเถระที่พร้อมสงเคราะห์นักเรียน ผู้ยากไร้ และผู้ประสบภัยทั่วประเทศ โดยไม่เลือกพื้นที่หรือศาสนา

ภาพจำที่เล่าขานกันไม่รู้จบ คือ ทุกครั้งที่ท่านเดินทางไปรับกิจนิมนต์ หากมีผู้มาขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่องหรือปัจจัยที่ได้รับถวาย ท่านจะหยิบยื่นแจกจ่ายจน “ย่ามว่าง” กลับวัดแทบทุกครั้ง

ในยามบ้านเมืองเผชิญภัยพิบัติ ท่านยังเป็นผู้นำคณะสงฆ์ระดมสาธารณสงเคราะห์ ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด จนได้รับความเคารพรักอย่างกว้างขวาง

8 ปีผ่านไป แม้สังขารจะดับขันธ์ แต่คุณความดีมิได้เลือนหาย พิธีในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการบำเพ็ญกุศลตามประเพณี หากคือภาพสะท้อนแรงศรัทธาที่มั่นคง และคำยืนยันว่า “พระนักให้” รูปนี้ ยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวสุราษฎร์ธานีตราบวันนี้