
วันที่ 12 เมษายน 2569 บรรยากาศการเดินทางช่วงเทศกาล สงกรานต์ ที่สถานีรถไฟพิษณุโลกยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้โดยสารที่หันมาเลือกใช้บริการรถไฟแทนรถยนต์ส่วนตัว หลังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้หลายขบวนจะมีผู้โดยสารเกือบเต็มความจุ แต่ภาพรวมกลับไม่คึกคักเท่าช่วงสงกรานต์ในอดีต บรรยากาศโดยรวมดูเงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด

นายปิยะพงษ์ คนหลัก นายสถานีรถไฟพิษณุโลก เปิดเผยว่า จากการเก็บสถิติพบว่า ปริมาณการเดินทางในปีนี้ลดความคึกคักลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ สาเหตุสำคัญมาจากภาวะเศรษฐกิจที่บีบรัดประชาชน สินค้าหลายรายการปรับราคาสูงขึ้น ทำให้ผู้คนต้องระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมก็ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ โดยเฉพาะวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่พุ่งสูงต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว

แม้จะเผชิญหลายปัจจัยลบ แต่ การรถไฟแห่งประเทศไทย ยังคงเดินหน้าอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ โดยได้เพิ่มขบวนรถไฟทั้งเที่ยวขึ้นและล่อง โดยเฉพาะเส้นทางจากกรุงเทพฯ (สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์) เพื่อรองรับผู้โดยสารในช่วงเทศกาล พร้อมทั้งเน้นย้ำมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลผู้โดยสารอย่างใกล้ชิด
ในอีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดพิษณุโลกยังคงน่าเป็นห่วง โดยเช้าวันเดียวกัน เวลา 08.00 น. สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณสวนชมน่าน รายงานค่าฝุ่นอยู่ที่ 110 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับ “วิกฤตแดง” มีผลกระทบต่อสุขภาพ

ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าฝุ่นเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 90-100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้น โดยเมื่อวันที่ 11 เมษายน พบจุดความร้อนรวม 58 จุด ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ รองลงมาคือป่าสงวนและพื้นที่เกษตร
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ของจังหวัดอยู่ที่ 99 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเดินทางช่วงเทศกาลที่ควรเต็มไปด้วยความสุข แต่กลับถูกบดบังด้วยวิกฤตเศรษฐกิจและมลพิษทางอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ข่าว/ภาพ : ชินวัฒน์ สิงหะ ผู้สื่อข่าวจังหวัดพิษณุโลก



