
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 จังหวัดภูเก็ต พลเรือโท วีรุดม ม่วงจีน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ศรชล.ภาค 3) ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ แถลงความคืบหน้ากรณีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติปานามา “SEALLOYD ARC” อับปางทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะแก้วน้อย ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ห่างจากแหลมพรหมเทพประมาณ 3 ไมล์ทะเล
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ เวลา 15.20 น. ศูนย์ปฏิบัติการ ศรชล.ภาค 3 ได้รับแจ้งเหตุเรือมีน้ำทะลักเข้า ตัวเรือเอียงก่อนจมลงสู่ความลึกประมาณ 60 เมตร โดยกองทัพเรือส่งเรือหลวงหนองสาหร่าย พร้อมอุปกรณ์โซนาร์เข้าตรวจสอบ พบเรืออยู่ในลักษณะนั่งแท่น เอียงเล็กน้อยราว 10 องศา สมอยังยึดติดกับตัวเรือ
ผู้บัญชาการเหตุการณ์ยืนยัน ลูกเรือทั้ง 16 คนได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย ไม่มีผู้บาดเจ็บ และยืนยันว่าไม่มีเจตนาก่อให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์–ประกาศเขตฉุกเฉินทางทะเล
ศรชล.ภาค 3 ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 27 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ พร้อมจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และประกาศเขตป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
บนเรือมีตู้คอนเทนเนอร์รวม 297 ตู้ แบ่งเป็นในระวางเรือ 218 ตู้ และบนดาดฟ้า 79 ตู้ โดยมีสินค้าอันตรายเกือบ 10 ตู้ (ข้อมูลเบื้องต้นบางส่วนระบุ 14 ตู้ อยู่ระหว่างการยืนยันแปลนเรืออย่างเป็นทางการ)

น้ำมันรั่วไหลเล็กน้อย ไหลออกทะเลเปิด
รายงานสถานการณ์ล่าสุด ระบุว่า ภายในเรือมีน้ำมันเตาประมาณ 98 ตัน และน้ำมันดีเซลกว่า 30 ตัน ตรวจพบคราบน้ำมันดีเซลลักษณะครีมบาง ลอยเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือออกสู่ทะเลเปิด
ผลการติดตามด้วยภาพถ่ายดาวเทียม อากาศยาน และโปรแกรมวิเคราะห์การเคลื่อนตัวของคราบน้ำมัน ยืนยันว่า ขณะนี้คราบน้ำมันยังไม่เคลื่อนเข้าสู่ชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต และคุณภาพน้ำทะเลยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
เจ้าหน้าที่ระบุว่า น้ำมันยังรั่วไหลในปริมาณเล็กน้อยแต่ต่อเนื่อง โดยทีมปฏิบัติการเตรียมแผนเข้าปิดจุดรั่วต้นตอสัปดาห์หน้า พร้อมเตรียมอุปกรณ์ตอบโต้กรณีฉุกเฉินครบถ้วน การจัดการคราบน้ำมันเบื้องต้นใช้กระบวนการธรรมชาติเป็นหลัก และจะใช้สารเคมีเฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น

จังหวัด–อบจ.–เจ้าท่า ผนึกกำลังเต็มที่
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า จังหวัดได้บูรณาการทุกหน่วยงานสนับสนุนการทำงานของ ศรชล.ภาค 3 ทั้งกำลังคน อุปกรณ์ และงบประมาณ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามขั้นตอนและไม่ติดขัด
ด้านนายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ย้ำว่า ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ หากคราบน้ำมันเข้าสู่ชายฝั่งจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมาก จึงพร้อมสนับสนุนการควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มกำลัง
ขณะที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต รายงานว่า ได้ออกประกาศเตือนผู้เดินเรือ จัดตั้งคณะทำงานสอบสวนอุบัติเหตุ และออกคำสั่งตามมาตรา 121 ให้เจ้าของเรือดำเนินการกู้เรือและควบคุมความเสียหาย พร้อมแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 119 ทวิ กรณีน้ำมันปิโตรเลียมรั่วไหลลงทะเล รวมทั้งประสานบริษัทประกันภัยเข้าดูแลค่าใช้จ่ายในการกู้ซากและขจัดคราบน้ำมัน โดยกำหนดกรอบดำเนินการเร่งด่วนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เมษายนนี้

เฝ้าระวังปะการัง–หญ้าทะเล–สัตว์ทะเลหายาก
นางสาวราตรี สุขสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า ได้เฝ้าระวังแนวปะการังบริเวณเกาะแก้วน้อย เกาะแก้วใหญ่ และเกาะราชาใหญ่ รวมพื้นที่กว่า 2,500 ไร่ รวมถึงแหล่งหญ้าทะเลบริเวณอ่าวราไวย์อีก 250 ไร่
ผลตรวจคุณภาพน้ำทะเลยังอยู่ในระดับปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล พร้อมเฝ้าติดตามสัตว์ทะเลหายาก เช่น เต่าและโลมา ซึ่งเป็นแหล่งหากินในพื้นที่ โดยเตรียมแผนรองรับหากพบสัตว์ได้รับผลกระทบหรือเกยตื้น
ย้ำควบคุมได้ แต่ยังเฝ้าระวังต่อเนื่อง
ผู้บัญชาการเหตุการณ์สรุปว่า สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในภาวะควบคุมได้ คราบน้ำมันยังมุ่งออกทะเลเปิด ไม่เป็นอันตรายต่อชายฝั่งจังหวัดภูเก็ตในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ทุกหน่วยงานยังคงติดตามประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน พร้อมปรับแผนปฏิบัติให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและภาคการท่องเที่ยวอย่างสูงสุด
ข่าว/ภาพ : อชัถยา ชื่นนิรันดร์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ต

