จากเกาะเล็กสู่ฝันใหญ่! ผนึกพลังสร้างเวทีมวย–ห้องดนตรี เปิดพื้นที่แห่งโอกาสปลุกพลังเยาวชนสู้ชีวิต

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่โรงเรียนเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี คนที่ 49 พร้อมด้วย นางสาวประภัสรา ศรีทอง อดีตนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นายสมชัย ไทยสงวนวรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เอส เอ็น ซี ครีเอติวิตี้ แอนโทโลจี จำกัด นายสรศักดิ์ เกตรา นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชัง นางสาวสิวาลัย สวัสดิ์รักษา ผู้อำนวยการโรงเรียนเกาะสีชัง นายโชติธนันท์ ไชยพิชิตพงษ์ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลเสม็ด จังหวัดชลบุรี และนายกิตติ ชมแสงแก้ว สมาชิกสภาเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ร่วมพิธีส่งมอบเวทีมวยพร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน และห้องดนตรี–นาฏศิลป์ ให้แก่โรงเรียนเกาะสีชัง เพื่อยกระดับโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของเยาวชนอย่างรอบด้าน

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น ท่ามกลางความยินดีของคณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง และผู้แทนจากทุกภาคส่วนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานของอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนบนเกาะสีชัง ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรและโอกาสเมื่อเทียบกับโรงเรียนในเมือง

เวทีมวยมาตรฐานพร้อมอุปกรณ์ที่ได้รับมอบ จะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านศิลปะแม่ไม้มวยไทย เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกทักษะกีฬา พัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย เสริมสร้างความอดทน ความมีระเบียบวินัย และรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ขณะที่ห้องดนตรี–นาฏศิลป์ จะช่วยต่อยอดการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าแสดงออก และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญในการเติบโตสู่การเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ

การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ร่วมกันลงทุนเพื่ออนาคตของเด็กไทย โดยมุ่งหวังให้เยาวชนเติบโตอย่างสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และคุณธรรม พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้สามารถก้าวพ้นปัญหายาเสพติด อบายมุข และความเสี่ยงทางสังคมที่กำลังคุกคามเยาวชนในปัจจุบัน

ภายในงานยังมีตัวแทนชมรมมวยไทยต่อต้านยาเสพติดเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ ถ่ายทอดแนวคิดการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสร้างแรงบันดาลใจ ปลูกฝังค่านิยมเชิงบวก และสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้กับเด็กและเยาวชน เพื่อผลักดันให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติในอนาคต

การส่งมอบเวทีมวยพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานและห้องดนตรี–นาฏศิลป์ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการมอบสิ่งปลูกสร้างหรืออุปกรณ์การเรียนการสอนเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งมอบ “โอกาส” ให้กับเด็กและเยาวชน เป็นพื้นที่แห่งความหวังที่เปิดทางให้พวกเขาได้ค้นหาความสามารถ พัฒนาศักยภาพ และเติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต