พลิกสวนชายแดนใต้! เกษตรกรปูโยะปรับดิน–แต่งกิ่ง ดันผลไม้คุณภาพสู่ตลาดมาตรฐาน

นราธิวาสเร่งยกระดับสวนไม้ผล “ปูโยะ” สู่มาตรฐาน GAP ฝ่าปัญหาดินเปรี้ยว เพิ่มคุณภาพผลผลิต–เปิดทางตลาด หวังสร้างรายได้มั่นคงให้เกษตรกรชายแดนใต้

ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งผลิตไม้ผลสำคัญของพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเฉพาะ ลองกอง มังคุด และเงาะพันธุ์โรงเรียน ที่ชาวบ้านปลูกสืบต่อกันมาหลายสิบปี และเป็นรายได้สำคัญของครัวเรือนในทุกฤดูกาลผลิต

ล่าสุด สำนักงานเกษตรอำเภอสุไหงโกลกเดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการสวน ตั้งแต่การตัดแต่งกิ่ง จัดทรงพุ่ม การให้น้ำและปุ๋ย การบำรุงต้น ตลอดจนการเก็บเกี่ยวผลผลิต พร้อมผลักดันเกษตรกรเข้าสู่ มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP เพื่อสร้างความปลอดภัย เพิ่มคุณภาพสินค้า และเพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดที่ต้องการผลผลิตได้มาตรฐาน

นายสุจรัฐ สายวารี นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอสุไหงโกลก ผู้รับผิดชอบพื้นที่ตำบลปูโยะ ลงพื้นที่ให้คำแนะนำเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นให้บริหารจัดการสวนอย่างเป็นระบบ เพื่อลดต้นทุนและทำให้ผลผลิตมีคุณภาพสม่ำเสมอ

หนึ่งในแปลงตัวอย่างคือ สวนเงาะของ น.ส.สุดารัตน์ จันทคาม เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ ปลูกเงาะมานานราว 10 ปี ปัจจุบันมีประมาณ 20 ต้น ให้ผลผลิตเฉลี่ยรวมประมาณ 1 ตันต่อฤดูกาล โดยมีช่วงเก็บเกี่ยวหลักระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม

เกษตรกรดูแลสวนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ทั้งการตัดแต่งกิ่ง จัดทรงพุ่ม และการบำรุงต้น โดยใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 13-21 ร่วมกับปุ๋ยขี้ไก่ เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของต้นและผลผลิต โดยเฉพาะเรื่องขนาดและความหวานซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดราคาขาย

สำหรับช่องทางจำหน่าย ส่วนใหญ่ยังขายให้พ่อค้าคนกลางที่เข้ามารับซื้อถึงหน้าสวน ช่วยลดภาระค่าขนส่ง โดยช่วงที่เก็บข้อมูล เงาะมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 10 บาท อย่างไรก็ตาม ราคายังขึ้นอยู่กับคุณภาพผลผลิตและภาวะตลาดในแต่ละฤดูกาล

อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของเกษตรกรในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลปูโยะ คือ สภาพดินค่อนข้างเป็นกรดหรือมีค่า pH ต่ำ เนื่องจากอยู่ใกล้พื้นที่ป่าพรุ ทำให้การดูดซึมธาตุอาหารของไม้ผลและประสิทธิภาพของปุ๋ยลดลง หากไม่แก้ไขอาจกระทบทั้งการเจริญเติบโตและคุณภาพผลผลิต

เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้เกษตรกรปรับปรุงดินอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้วัสดุปรับสภาพดิน เช่น โดโลไมท์หรือปูนขาว เพื่อปรับความเป็นกรด–ด่างให้เหมาะสม และช่วยให้ต้นไม้สามารถดูดซึมธาตุอาหารได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน สำนักงานเกษตรอำเภอสุไหงโกลกยังเร่งผลักดันสวนไม้ผลเข้าสู่มาตรฐาน GAP เพื่อยกระดับตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงความปลอดภัยของผลผลิต สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และเปิดโอกาสเข้าสู่ตลาดที่ให้ความสำคัญกับสินค้ามาตรฐาน

การยกระดับสวนไม้ผลปูโยะจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ “ผลไม้สวยและหวานขึ้น” เท่านั้น แต่ยังเป็นการแก้โจทย์ตั้งแต่ใต้ดินถึงปลายทางตลาด เพื่อให้ ลองกอง มังคุด และเงาะของเกษตรกรชายแดนใต้ขายได้ดีขึ้น มีมาตรฐาน และสร้างรายได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ข่าว/ภาพ : แวดาโอ๊ะ หะไร ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส