
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา และนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรจังหวัดสงขลา พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าสงขลา หลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย ภาคการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จังหวัดสงขลาเป็นเมืองพหุวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต อาหารพื้นถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม พร้อมเชิญชวนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ซึ่งสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกผ่านด่านชายแดน

โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน จังหวัดสงขลามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนแล้วเกือบ 3 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 20,000 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ จึงขอเชิญชวนประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เพื่อร่วมสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่น

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า จากการลงพื้นที่จังหวัดสงขลาครั้งนี้พบว่า หลังเกิดอุทกภัย ภาคการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคัก ผู้ประกอบการ ร้านค้า และประชาชนพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ แม้ขณะนี้จะเข้าสู่ช่วงฤดูฝน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมมาตรการดูแลความปลอดภัยและรองรับนักท่องเที่ยวไว้แล้ว จึงขอให้นักท่องเที่ยวมั่นใจและเดินทางมาท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ

ด้านนางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า เมืองเก่าสงขลามีเสน่ห์จากการผสมผสานทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ทั้งชาวไทย ชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวมลายู โดยเฉพาะบริเวณโรงสีแดง ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และอารยธรรมของเมืองสงขลา ตลอดจนมีร้านอาหารและคาเฟ่ของคนรุ่นใหม่ที่กลับมาพัฒนาธุรกิจในบ้านเกิด สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ในช่วงท้าย นางสาวลลิดาได้กล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเป็นภาษาจีน ขณะที่นางสาวพลอยทะเลได้กล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวเป็นภาษาใต้ เพื่อร่วมเชิญชวนให้เดินทางมาสัมผัสเสน่ห์จังหวัดสงขลา ซึ่งพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนด้วยความอบอุ่นและเป็นมิตร
