ไทยเปิดเกมรุกชิงนักท่องเที่ยวมาเลย์ดันบินตรง ‘กัวลาลัมเปอร์-หัวหิน’ เปิดประตูเมืองรับเป้า 4.8 ล้านคน

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ AirAsia Group ภายใต้แนวคิด “Amazing Thailand : Feel All the Feelings” ณ โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมคณะรองนายกรัฐมนตรีเข้าร่วม

นายสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า มาเลเซียถือเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สำคัญที่สุดของไทย โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยติดอันดับต้น ๆ อย่างต่อเนื่อง

“การเดินทางเยือนมาเลเซียครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวใน 2 มิติหลัก คือ การเดินทางทางบกและการเดินทางทางอากาศ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทย” นายสุรศักดิ์กล่าว

สำหรับยุทธศาสตร์การยกระดับการท่องเที่ยวครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินระหว่างไทยและมาเลเซียให้กลับมาสูงใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตน้ำมัน การเปิดเส้นทางบินใหม่สู่เมืองท่องเที่ยวรองของไทย และการยกระดับการเดินทางทางบกผ่านด่านพรมแดนสะเดาแห่งใหม่

ในมิติทางอากาศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้หารือร่วมกับ AirAsia ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในมาเลเซีย เพื่อเพิ่มจำนวนเที่ยวบินเข้าสู่ประเทศไทย รองรับความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ยังมีแผนผลักดันการเปิดเส้นทางบินตรงไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ โดยเฉพาะสนามบินเมืองรอง เช่น หัวหิน รวมถึงจังหวัดในภาคอีสานและภาคเหนือ เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้สัมผัสเสน่ห์ของประเทศไทยในมิติที่หลากหลายยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือ การผลักดันเส้นทางบินตรง “กัวลาลัมเปอร์-หัวหิน” เป็นครั้งแรก เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มองประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนระยะสั้น หรือ Weekend Destination ซึ่งโดดเด่นทั้งด้านอาหาร การช้อปปิง และวัฒนธรรม

ส่วนการเดินทางทางบก รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเปิดด่านพรมแดนสะเดาแห่งใหม่ ซึ่งมีขนาดใหญ่และทันสมัยมากขึ้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่นิยมขับรถยนต์เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยด้วยตนเอง โดยเชื่อว่าจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว ททท. และ AirAsia จะร่วมกันดำเนินแคมเปญการตลาดเชิงรุก ประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านทุกช่องทางของสายการบิน พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นการเดินทางมายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-7 กรกฎาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้าไทยแล้วจำนวน 2,135,591 คน คิดเป็นอันดับ 2 ของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด สะท้อนถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งของตลาดมาเลเซีย

นายสุรศักดิ์ กล่าวย้ำว่า การผสานยุทธศาสตร์เชิงรุกทั้งทางบกผ่านด่านสะเดาแห่งใหม่ และทางอากาศผ่านเครือข่ายการบินของ AirAsia จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างแรงจูงใจและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจำนวน 4,825,000 คนภายในปี 2569 ได้อย่างแน่นอน