‘อนุทิน-อันวาร์’ จับมือเปิดประวัติศาสตร์ชายแดนไทย-มาเลย์ ดัน ‘สะเดาใหม่’ ประตูเศรษฐกิจอาเซียน

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ของประเทศไทยกับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย โดยมี นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐมาเลเซีย เข้าร่วมในพิธีอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความร่วมมือของสองประเทศเพื่อนบ้าน

ในพิธีมีคณะผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเริ่มพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ นายอนุทินได้รับมอบเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าจำนวน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB เพื่อสนับสนุนการบรรเทาผลกระทบและฟื้นฟูความเสียหายจากสถานการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา

จากนั้น นายอนุทิน และนายอันวาร์ ได้ร่วมจับมือแสดงความยินดี ณ จุดกึ่งกลางระหว่างประตูด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย พร้อมถ่ายภาพประวัติศาสตร์ร่วมกัน โดยมี ทหารกองเกียรติยศให้การต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ ก่อนร่วมเปิดแผ่นจารึกโครงการ และเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันที่ฝ่ายมาเลเซียจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่คณะผู้แทนไทย พร้อมรับชมวีดิทัศน์โครงการส่งเสริมความเชื่อมโยงชายแดน และกล่าวแสดงความยินดีต่อความสำเร็จร่วมกันของทั้งสองประเทศ

นายอนุทิน กล่าวว่า โครงการจุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่ ถือเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 596 ไร่ 1 งาน 18 ตารางวา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมกับด่านบูกิตกายูฮิตัมของมาเลเซียอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน และแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณชายแดนที่เกิดขึ้นมายาวนาน

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ถือเป็นด่านทางบกที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดของประเทศไทย และมีศักยภาพรองรับรถบรรทุกสินค้าระหว่างประเทศได้มากกว่า 2,000 คันต่อวัน พร้อมคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างรายได้จากการจัดเก็บภาษีอากรศุลกากรได้มากกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจชายแดนไทย-มาเลเซีย และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

ทั้งนี้ ตามมติของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่จะเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 โดยคาดว่าจะช่วยลดความแออัด ลดระยะเวลาการรอผ่านแดนของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของสองประเทศอย่างเต็มรูปแบบ