
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่ห้องปรินซ์บอลรูม 2 ชั้น 11 อาคาร 1 โรงแรมปรินซ์พาเลซ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดเวที “สานพลังเพื่อคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 4” ซึ่งเป็นเวทีรวมพลังเครือข่ายผู้ทำงานด้านการคุ้มครองเด็กในพื้นที่กรุงเทพฯ
รองผู้ว่าฯ ศานนท์ ระบุว่า ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กจำนวนมาก มักเริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ โดยเฉพาะการที่เด็ก ไม่รู้สึกว่ามีพื้นที่ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน โรงเรียน หรือสังคมใกล้ตัว

นายศานนท์ ยกกรณีตัวอย่างเด็กคนหนึ่งที่รู้สึกว่าโรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย จึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในร้านเกม ก่อนจะถูกชักชวนเดินทางไปต่างจังหวัดโดยไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า หากเด็กขาดพื้นที่ปลอดภัยเพียงจุดเดียว อาจนำไปสู่ความเสี่ยงร้ายแรงในชีวิตได้
ด้วยเหตุนี้ กรุงเทพมหานครจึงผลักดันนโยบาย Saturday School และ Open Education เปิดพื้นที่โรงเรียนหลังเวลาเรียนให้เด็กสามารถเข้ามาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ภายใต้การดูแลของครู เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เด็กสามารถพึ่งพาได้ และลดโอกาสที่เด็กจะเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมเสี่ยง

ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครยังให้ความสำคัญกับการลดความรุนแรงต่อเด็ก โดยชี้ว่าแม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายห้ามใช้ความรุนแรงต่อเด็กแล้ว แต่ กฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันในสังคม เพราะเด็กเรียนรู้จาก “ความรักและความเข้าใจ” มากกว่าการลงโทษ
อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือ โลกดิจิทัลของเด็กยุคใหม่ ซึ่งหลายคนมีตัวตนในโลกออนไลน์แตกต่างจากชีวิตจริง และอาจส่งผลต่อพฤติกรรมหรือการใช้ความรุนแรงในสังคมจริง กรุงเทพมหานครจึงอยู่ระหว่างการหาแนวทางกำกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโซเชียลมีเดียในโรงเรียนสังกัด กทม. เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเรียนรู้กับความปลอดภัยของเด็ก

นอกจากนี้ ยังเตรียมพัฒนาระบบและแพลตฟอร์มช่วยเหลือเด็กและเยาวชนให้เข้าถึงได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้เด็ก กล้าเข้ามาขอความช่วยเหลือ และเชื่อมั่นว่าระบบคุ้มครองสามารถดูแลพวกเขาได้จริง
“นโยบายจะเกิดขึ้นจริงไม่ได้ หากไม่มีความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งครู โรงเรียน เครือข่ายภาคสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราต้องช่วยกันทำให้ระบบคุ้มครองเด็กเป็นพื้นที่แห่งความรักและความปลอดภัย เพื่อให้เด็กทุกคนเติบโตอย่างมีคุณภาพ” รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าว

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักพัฒนาสังคม ร่วมกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ มูลนิธิวายไอวาย พร้อมเครือข่ายภาคี จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานด้านการคุ้มครองเด็ก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมระดมความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อพัฒนาระบบการทำงานและเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยคณะกรรมการคุ้มครองเด็กของกรุงเทพมหานคร คณะอนุกรรมการ คณะทำงานระดับพื้นที่ องค์กรพัฒนาเอกชน และภาคีเครือข่ายด้านสิทธิเด็ก ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนการปกป้อง คุ้มครอง และส่งเสริมสวัสดิภาพเด็กและเยาวชนในกรุงเทพมหานครให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ


