
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ณ จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับวิทยาลัยบริหารงานบุคคลไป่เซ่อ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน มหาวิทยาลัยขอนแก่น สำนักงานจังหวัดขอนแก่น สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น และหอการค้าจังหวัดขอนแก่น จัดการประชุมส่งเสริมความร่วมมือด้านการบริหารจัดการเพื่อลดความยากจนระหว่างจีน–ไทย ประจำปี 2569 โดยมีผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้แทนจาก 12 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นางหลิว หง เหมย กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ณ จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จีนใช้เวลากว่า 8 ปีในการดำเนินภารกิจขจัดความยากจน และอีก 5 ปีในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อสานต่อการพัฒนาอย่างเป็นระบบ จนสามารถเชื่อมโยงผลสำเร็จจากการลดความยากจนเข้ากับการฟื้นฟูชนบทได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การพัฒนาชนบทของจีนก้าวสู่ยุคใหม่อย่างมั่นคง
กงสุลใหญ่จีน ระบุว่า หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาความยากจนไม่ใช่เพียงการให้ความช่วยเหลือ แต่คือการบริหารจัดการเชิงระบบ การระบุกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ การกำหนดมาตรการที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้จีนสามารถลดช่องว่างการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

พร้อมกันนี้ จีนได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการลดความยากจนจากสถาบันพัฒนาผู้นำการบริหารกว่างซีป่ายเซ่อ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ตรง โดยเฉพาะความสำเร็จของเมืองไป่เซ่อ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการพัฒนาชนบทของจีน จากการส่งเสริมเกษตรกรรมเฉพาะทาง การท่องเที่ยวชุมชน และการค้าออนไลน์ จนสามารถเปลี่ยนพื้นที่ภูเขาหินอันแห้งแล้งให้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้และความมั่งคั่งแก่ประชาชน
ด้าน รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นมุ่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้างในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านการศึกษา วิจัย และบริการวิชาการ โดยเน้นการสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs

อธิการบดีดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ย้ำว่า มหาวิทยาลัยพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันการพัฒนาที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริงในระดับพื้นที่
ขณะที่ นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เวทีความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ และบทเรียนความสำเร็จจากเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีบทบาทโดดเด่นด้านการขจัดความยากจนของจีน
ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเวทีความร่วมมือดังกล่าว เพราะนอกจากจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีนแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนอย่างยั่งยืนในอนาคต

