ปภ.ติดอาวุธทางปัญญาให้ผู้บริหารเพื่อปรับตัวสู้ความท้าทายใหม่

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะสำหรับผู้บริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ความท้าทายด้านสาธารณภัยใหม่ เพื่อให้สามารถเป็นผู้นำการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย รวมถึงร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนางานด้านการป้องกันและและบรรเทาสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศให้มีความปลอดภัย โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยนางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ และนายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้บริหาร ปภ. ส่วนกลาง ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวม 180 คน เข้าร่วมโครงการฯ ที่ รร.รามา การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริบทของการจัดการสาธารณภัยมีความซับซ้อนและท้าทายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรือภัยรูปแบบใหม่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ปภ.ในฐานะหน่วยงานกลางของรัฐในการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ จำเป็นต้องปรับบทบาทการทำงานสู่การบริหารจัดการเชิงรุก โดยนำเทคโนโลยีและวิธีคิดรูปแบบใหม่ ๆ เข้ามาช่วยในการพัฒนากระบวนงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 15 -16 มกราคม 2569 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะสำหรับผู้บริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ความท้าทายรูปแบบใหม่ สามารถเป็นผู้นำการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย รวมถึงร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนางานด้านการป้องกันและและบรรเทาสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพ

สำหรับ กิจกรรมมีการบรรยายในหัวข้อ “กฎหมายกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” และการเสริมสร้างสมรรถนะในการจัดการสาธารณภัย ส่วนในวันนี้ (16 ม.ค. 69) เป็นการแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์จริงร่วมกันในหัวข้อ “พลิกโฉม ปภ. กับการจัดการสาธารณภัยที่ดีกว่าเดิม” ตามเป้าหมายในการพัฒนากระบวนการทำงาน 1) ด้านคน : การสร้างบุคลากรและเครือข่ายมืออาชีพ 2) ด้านทรัพยากร: การบริหารทรัพยากรแบบไร้รอยต่อ 3) ด้านระบบสื่อสาร : การพัฒนาระบบสื่อสารในภาวะวิกฤต 4) ด้านการประชาสัมพันธ์ : การสร้างภาพลักษณ์ ปภ. เสริมความเชื่อมั่นด้วยกลยุทธ์การสื่อสาร และ 5) ด้านการให้ความช่วยเหลือเยียวยา : การยกระดับความช่วยเหลือที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

“ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ ปภ. สามารถก้าวข้ามผ่านความท้าทายต่าง ๆ ไปได้ คือ “ศักยภาพของผู้นำ” ของผู้บริหารทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้งานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยผ่านพ้นไปได้ เปรียบเสมือนการเติมอาวุธทางปัญญา เพื่อให้ผู้บริหาร ปภ. มีความพร้อม 3 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย ด้านแรก การปรับตัวสู่ความท้าทายใหม่ เพื่อการเป็นผู้นำที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง มีทักษะที่ทันสมัย สามารถนำพาหน่วยงานไปสู่เป้าหมายที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านที่ 2 การสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ โดยกิจกรรมมีการเปิดโอกาสให้นำความรู้จากหน้างานมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งมีค่ามากกว่าความรู้จากตำรา จะช่วยยกระดับการทำงานให้เข้มแข็งมากขึ้น ส่วนด้านที่ 3 เป็นการพัฒนาระบบงานในทุกมิติ โดยร่วมกันกำหนดทิศทางในการปรับปรุงพัฒนากระบวนการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นด้านคน ทรัพยากร เครื่องมือ เครื่องจักร ระบบสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชน ซึ่งจะนำไปสู่การหาแนวทางพัฒนา ปภ. ให้เป็นที่พึ่งของประชาชนตามบริบทที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์ต่อประเทศ” นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าว