
รองแม่ทัพภาคที่ 4 เปิดการอบรม “นักข่าวสายฟ้าน้อย รุ่นพิเศษ 21/1” รวม 68 เยาวชนจาก 4 จังหวัด เรียนรู้การทำข่าวยุคดิจิทัลแบบเข้มข้น ทั้งการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI การตรวจสอบข้อเท็จจริง และการผลิตสื่อออนไลน์ ย้ำสิ่งที่ต้องอยู่เหนือ “ยอดวิว” คือความจริง คุณธรรม และจริยธรรมของคนทำสื่อ
พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “นักข่าวสายฟ้าน้อย รุ่นพิเศษ 21/1” โดยมีเยาวชนจาก จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา รวมทั้งสิ้น 68 คน เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ เรียนรู้กระบวนการทำข่าวและการผลิตสื่อในโลกยุคดิจิทัล ผ่านหลักสูตรเข้มข้นตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ที่หาดแก้ว รีสอร์ท อ.สิงหนคร จ.สงขลา

พล.ต.ชาคริต กล่าวว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีเรื่องราวหลากหลายมิติ มีทั้งปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข ขณะเดียวกันก็ยังมีเรื่องราวดี ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะวิถีชีวิตและการอยู่ร่วมกันท่ามกลางสังคมพหุวัฒนธรรม สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การมีสื่อมวลชนซึ่งทำหน้าที่นำเสนอข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา บนพื้นฐานของคุณธรรมและจริยธรรม
เพราะ “สื่อ” ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ยังมีพลังในการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คน และหากทำหน้าที่อย่างรับผิดชอบ ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการนำพาพื้นที่ไปสู่สันติสุขได้

รองแม่ทัพภาคที่ 4 ยังเปิดเผยถึงความผูกพันกับพื้นที่ว่า แม้ตนเองจะเป็นคนเชียงใหม่ แต่ได้รับโอกาสให้มาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มานานกว่า 27 ปี ทำให้ได้สัมผัสและมองเห็นคุณค่า รวมถึงความงดงามของพื้นที่แห่งนี้ในหลายมิติ
จึงอยากเห็นคนรุ่นใหม่ช่วยกันนำเรื่องราวดี ๆ ที่ยังไม่ถูกถ่ายทอดออกไปอย่างทั่วถึงมาสื่อสารให้สังคมภายนอกได้รับรู้ เพราะจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีเพียงภาพของปัญหาหรือความขัดแย้ง แต่ยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์ การอยู่ร่วมกันของผู้คนต่างศาสนา ตลอดจนเรื่องราวสร้างสรรค์อีกจำนวนมากที่ควรได้รับการถ่ายทอด

พล.ต.ชาคริต ฝากถึงเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการว่า อยากให้ทุกคนช่วยกันสร้างสรรค์สื่อที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ สะท้อนข้อเท็จจริง และนำไปสู่ความเข้าใจระหว่างผู้คน มากกว่าการมุ่งนำเสนอเฉพาะเรื่องราวด้านลบ เพียงเพื่อหวังยอดการรับชมหรือเรียกความสนใจจากสังคม
พร้อมระบุว่า ภูมิทัศน์การสื่อสารในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากอดีตที่การผลิตข่าวอาจจำกัดอยู่เฉพาะองค์กรสื่อหรือผู้ประกอบวิชาชีพ แต่วันนี้ประชาชนแทบทุกคนสามารถเป็นผู้ผลิตและเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะได้ทันทีผ่านโทรศัพท์มือถือ
ทว่า สิ่งที่สำคัญกว่าความสามารถในการสร้างคอนเทนต์ให้มีคนดูจำนวนมาก คือการตระหนักว่าเนื้อหาที่ถูกเผยแพร่ออกไปนั้นจะสร้างผลกระทบอย่างไรต่อบุคคล ชุมชน และสังคม
ดังนั้น “ความจริง คุณธรรม และจริยธรรม” จึงต้องเป็นหัวใจสำคัญของการทำหน้าที่สื่อ ไม่ว่าสื่อในวันนี้จะอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ เว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียก็ตาม
รองแม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันด้วยว่า หน่วยงานพร้อมสนับสนุนและต่อยอดโอกาสให้แก่เยาวชนที่มีความตั้งใจ เพื่อผลักดันให้ก้าวขึ้นมาเป็นนักสื่อสารรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ มีคุณธรรมและจริยธรรม สามารถใช้พลังของการสื่อสารกลับไปสร้างประโยชน์ พัฒนาสังคม ชุมชน และบ้านเกิดของตนเอง

ด้านนายพีรวัฒน์ โชติธรรมโม นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดอบรมครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้เรียนรู้การทำงานจากนักข่าวมืออาชีพโดยตรง
หลักสูตรครอบคลุมทักษะสำคัญที่คนทำสื่อยุคใหม่จำเป็นต้องมี ตั้งแต่การนำ AI มาประยุกต์ใช้กับงานข่าว การตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือ Fact Checking เพื่อรับมือกับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและข่าวปลอม ไปจนถึงเทคนิคการผลิตคอนเทนต์สำหรับสื่อดิจิทัล
นอกจากนี้ เยาวชนยังจะได้รับโอกาสสร้างเครือข่ายกับบุคลากรในแวดวงวิชาชีพสื่อ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการต่อยอดประสบการณ์และพัฒนาศักยภาพ เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่การเป็น “นักสื่อสารคุณภาพ” ในอนาคต และใช้พลังของสื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะบนผืนแผ่นดินจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังมีเรื่องราวอีกมากมายรอให้คนรุ่นใหม่ช่วยกันถ่ายทอดออกไป
