สสส.เปิดบ้านถ่ายทอดโมเดลสุขภาพไทย รมว.สาธารณสุขทมิฬนาฑูสนใจกลไกลดโซเดียม

สสส.ต้อนรับรัฐมนตรีสาธารณสุขและคณะผู้แทนจากรัฐทมิฬนาฑู ศึกษากลไกสร้างเสริมสุขภาพ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และแนวทางลดปัจจัยเสี่ยง

กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้การต้อนรับ นพ.อรุณ ราช (Dr. Arun Raj) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการครอบครัว รัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ กลไกการเงินเพื่อสุขภาพ การป้องกันปัจจัยเสี่ยง และระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทย รวมถึงหารือแนวทางพัฒนาระบบสุขภาพและต่อยอดความร่วมมือระหว่างกัน

ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการ สสส. และผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ กล่าวว่า ไทยและรัฐทมิฬนาฑูมีความท้าทายด้านสุขภาพคล้ายกัน โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการบริโภคยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การใช้สารเสพติด และอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งล้วนส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน

ดร.ประกาศิตระบุว่า สสส.ถ่ายทอดแนวทางการทำงานผ่าน 3 กลไก ได้แก่ การสนับสนุนองค์ความรู้ การผลักดันยุทธศาสตร์และนโยบายที่เอื้อต่อสุขภาวะ และการผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายเพื่อรณรงค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมสุขภาพและสภาพแวดล้อม โดยหวังว่าการแลกเปลี่ยนครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานสาธารณสุขและความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายในอนาคต

คณะผู้แทนยังหารือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยมี พญ.วลัยพร พัชรนฤมล รองเลขาธิการ สปสช. ร่วมนำเสนอพัฒนาการของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทย ตั้งแต่การออกแบบนโยบาย การจัดสรรงบประมาณและบริหารกองทุนสุขภาพ ไปจนถึงการจัดบริการปฐมภูมิ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการจำเป็นได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมถึงการเชื่อมโยงงานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเข้ากับระบบบริการ

นพ.อรุณกล่าวว่า ระบบสุขภาพไทยมีความเข้มแข็งและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะด้านการสร้างเสริมสุขภาพและหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐทมิฬนาฑูให้ความสนใจ การศึกษาดูงานครั้งนี้ช่วยให้คณะผู้แทนได้เรียนรู้ทั้งกลไกการเงินของ สสส. การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย และมาตรการป้องกันปัจจัยเสี่ยง

ประเด็นที่คณะผู้แทนสนใจเป็นพิเศษคือแนวทางลดการบริโภคโซเดียม ซึ่งสามารถนำแนวคิดไปพิจารณาปรับใช้เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้ระบบสุขภาพของรัฐทมิฬนาฑูได้ โดยนพ.อรุณกล่าวขอบคุณ สสส.ที่เปิดโอกาสให้เข้าศึกษาและแลกเปลี่ยน พร้อมระบุว่าคณะผู้แทนจะนำแนวทางที่เป็นประโยชน์ไปประยุกต์ใช้ต่อไป

พญ.วลัยพรกล่าวว่า ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบสุขภาพไทย การแลกเปลี่ยนกับคณะผู้แทนครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดนโยบายและจัดสรรงบประมาณ การบริหารกองทุน ไปจนถึงบริการปฐมภูมิ โดยบทเรียนจากทั้งสองฝ่ายจะช่วยให้สามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ เพื่อพัฒนาระบบสุขภาพให้เข้มแข็งและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น