SRTA ผนึกกำลังคณะสถาปัตย์ จุฬาฯพลิกโฉมพื้นที่บางซื่อ สู่”เมืองอัจฉริยะต้นแบบ”

นายทรงยศินทร์ ชนปทาธิป กรรมการบริษัท รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (อทส.) หรือ SRTA และผู้ช่วยศาสตราจารย์สรายุทธ ทรัพย์สุข คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางวิชาการ ระหว่าง SRTA และคณะสถาปัตย์ จุฬาฯมุ่งนำองค์ความรู้ด้านการออกแบบเมืองระดับสากลมาประยุกต์ใช้พัฒนาพื้นที่การรถไฟฯ โดยเฉพาะโมเดล “บางซื่อ” สู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจและเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ (Smart City) พร้อมเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้จากโจทย์จริงในสนามการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ

บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เปิดเผยในพิธีลงนามว่า SRTA ในฐานะบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีภารกิจหลักในการบริหารจัดการทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวกับการเดินรถ (Non-Core Assets) ซึ่งมีที่ดินศักยภาพสูงทั่วประเทศกว่า 40,000 ไร่ ความร่วมมือกับคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ในครั้งนี้ จะช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้เชิงวิชาการ เข้ากับการนำไปใช้จริงในภาคสนาม โดยเฉพาะในประเด็นการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีในรูปแบบ Transit-Oriented Development หรือ TOD และการฟื้นฟูเมืองในมิติต่าง ๆ

หนึ่งในโครงการสำคัญที่เป็นไฮไลท์ของความร่วมมือนี้ คือการขับเคลื่อน “แผนพัฒนาพื้นที่บริเวณบางซื่อ (พ.ศ. 2569 – 2582)” ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,400 ไร่ โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยนภาพจำจากสถานีรถไฟ ให้กลายเป็น “เมืองใหม่กลางกรุงเทพฯ” ที่เชื่อมไทยและเชื่อมโลก ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 2.2 แสนล้านบาท

ด้าน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า คณะฯ มีความพร้อมทั้งทางด้านวิชาการและบุคลากร ครอบคลุมทั้งสาขาสถาปัตยกรรม การออกแบบอุตสาหกรรม ภูมิสถาปัตยกรรม และการออกแบบชุมชนเมือง ซึ่งความร่วมมือนี้จะช่วยให้นิสิตได้เข้าใจบริบทการทำงานจริง ทั้งในเรื่องกฎหมาย นโยบาย และการลงทุน โดยก่อนหน้านี้ คณะฯ ได้เคยนำร่องให้นิสิตชั้นปีที่ 5 ได้ทดลองทำโครงการออกแบบพื้นที่บางซื่อเพื่อสร้างจินตนาการใหม่ๆ ให้กับพื้นที่มาแล้ว

นายทรงยศินทร์ ชนปทาธิป กรรมการบริษัท รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด กล่าวทิ้งท้ายว่า ความเชี่ยวชาญจากคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบเมืองและสภาพแวดล้อมในระดับสากล จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยให้ SRTA สามารถพัฒนาโครงการสำคัญในพื้นที่ศักยภาพของการรถไฟฯ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเกิดประโยชน์สูงสุด