‘มือปราบหูดำ’ ถอดบทเรียนผู้นำชี้เมืองปลอดภัยเริ่มจากคน ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ เจ้าของฉายา “มือปราบหูดำ” ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา และอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานด้านความมั่นคงและการบริหารจัดการความปลอดภัยจากสนามจริง บนเวทีบรรยายพิเศษให้แก่ผู้เข้าอบรมหลักสูตร “มหานคร รุ่นที่ 14” ณ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพ ถนนพระราม 9 โดยเน้นย้ำว่า ความสำเร็จของงานด้านความมั่นคงไม่ควรถูกตัดสินจากตัวเลขการจับกุมหรือสถิติคดี แต่ต้องสะท้อนผ่านคุณภาพชีวิตของประชาชนที่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ตลอดชีวิตการรับราชการตำรวจได้เรียนรู้ว่า เป้าหมายสูงสุดของงานด้านความมั่นคงไม่ใช่การสร้างตัวเลขผลงาน แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยในทุกพื้นที่ หากประชาชนยังใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง แม้จะมีสถิติการจับกุมสูงเพียงใด ก็ไม่อาจถือว่างานด้านความมั่นคงประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับภาวะผู้นำว่า ผู้บริหารและผู้นำมีบทบาทแตกต่างกันอย่างชัดเจน ผู้บริหารมีหน้าที่วางระบบ กำหนดแผนงาน และควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย ขณะที่ผู้นำต้องสามารถสร้างแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ และทำให้ผู้ร่วมงานเกิดความเชื่อมั่น พร้อมเดินหน้าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

เขาระบุว่า ในยุคที่เมืองใหญ่ต้องเผชิญความท้าทายจากอาชญากรรมและปัญหาสังคมที่ซับซ้อนมากขึ้น ผู้นำจำเป็นต้องมีทั้งวิสัยทัศน์ ความเด็ดขาด ความเข้าใจผู้คน และความกล้าตัดสินใจบนพื้นฐานของหลักคุณธรรม เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พล.ต.ต.วิชัย ยังกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่มีคุณค่ามากกว่าอำนาจ คือ “ศรัทธา” เพราะอำนาจอาจทำให้ผู้คนปฏิบัติตามคำสั่ง แต่ศรัทธาจะทำให้เกิดความร่วมมือจากใจ ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและสังคม โดยศรัทธาจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้นำยืนหยัดในความซื่อสัตย์ สุจริต มีจริยธรรม และกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ไม่มีใครคอยจับตามอง

สำหรับการรับมือกับอาชญากรรมในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะภัยไซเบอร์และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ พล.ต.ต.วิชัย เห็นว่า ไม่ใช่ภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตั้งแต่การวางผังเมือง การพัฒนาระบบแสงสว่าง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ระบบกล้องและเครือข่ายเฝ้าระวัง ตลอดจนการสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง เพื่อร่วมกันยกระดับความปลอดภัยของเมืองให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ในช่วงท้ายของการบรรยาย พล.ต.ต.วิชัย ฝากข้อคิดถึงผู้เข้าอบรมว่า ความมั่นคงของเมืองไม่ได้เกิดจากอาคารสูง เทคโนโลยีล้ำสมัย หรือเครื่องมือที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียว หากแต่ขึ้นอยู่กับ “คุณภาพของคน” และ “หัวใจของผู้นำ” ที่พร้อมอุทิศตนทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และเสียสละ เพราะสิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาเมืองที่มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว