
กมธ.ศาสนาฯ จี้รัฐบาลปรับแผนงบประมาณช่วยเหลือวัดและโบราณสถานทั่วประเทศ หลังพบงบเยียวยาแบบเดิมไม่ทันการณ์ ปล่อยให้มรดกทางวัฒนธรรมเสียหายต่อเนื่องซ้ำซาก
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงสถานการณ์วิกฤตอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศว่า คณะกรรมาธิการฯ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนและคณะสงฆ์อย่างยิ่ง หลังลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามศาสนสถานในหลายจังหวัดที่เผชิญกับภาวะน้ำท่วมขัง จนพบเห็นความยากลำบากในการประกอบศาสนกิจอย่าง

ทางคณะกรรมาธิการฯ จึงได้เร่งพิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเชิญผู้แทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมการศาสนา และกรมศิลปากร มาประชุมร่วมกันเพื่อหามาตรการเยียวยาทั้งในระหว่างเกิดอุทกภัยและช่วงหลังน้ำลด พร้อมทั้งหาแนวทางใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อป้องกันความเสียหายแก่ตัววัดและศาสนสถานสำคัญที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้แล้ว
นางธิวัลรัตน์ กล่าวด้วยความกังวลว่า งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรอยู่ในปัจจุบันยังห่างไกลคำว่าเพียงพอต่อการรักษาและป้องกันความเสื่อมสลาย ซึ่งนับวันยิ่งบั่นทอนความงดงามของงานด้านศิลปะและวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่ต้องอนุรักษ์ไว้ คณะกรรมาธิการฯ จึงมีข้อเสนอแนะให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง พร้อมกันนี้ ได้ผลักดันให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เร่งจัดทำแผนงบประมาณฉุกเฉินเพื่อเสนอต่อสำนักงบประมาณ ในการเตรียมความพร้อมของบประมาณประจำปี พ.ศ. 2571 รองรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นกับวัด เนื่องจากที่ผ่านมาทำได้เพียงใช้งบเหลือจ่ายหรือเงินอุดหนุนที่มีจำนวนจำกัดและน้อยนิด ทำให้ไม่ทันท่วงทีและเกิดความเสียหายต่อศาสนสถานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ

“ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายคนอาจมองว่าเป็นวิกฤตชั่วคราว แต่วันนี้ต้องยอมรับความจริงว่ามันคือภัยคุกคามเรื้อรัง ผลกระทบจากน้ำท่วมไม่ได้จบลงแค่ตอนน้ำลด แต่ทิ้งร่องรอยสร้างแผลลึกในระดับโมเลกุลทำลายโครงสร้างดั้งเดิมของโบราณสถานในหลายพื้นที่ การแก้ปัญหาจึงต้องมองคู่ขนานกันไปทั้งน้ำท่วมเฉพาะกิจและน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่ออุดรอยรั่วให้ตรงจุด” ประธาน กมธ.ศาสนาฯ กล่าว
นางธิวัลรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาระยะยาวจะอาศัยเพียงลำพังหน่วยงานเดียวไม่ได้ แต่ต้องดึงภาคส่วนราชการในพื้นที่เข้ามาร่วมมือในเชิงป้องกันอย่างแท้จริงและยั่งยืน ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อผนึกกำลังปกป้องศาสนสถานและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติไม่ให้ต้องเผชิญชะตากรรมพังทลายซ้ำซากอีกต่อไป


