
บรรยากาศในพื้นที่ จ.นครพนม กำลังกลายเป็นกระแสฮือฮาและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลัง ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ออกมาเผยแพร่คลิปวิดีโอปริศนา ความยาวประมาณ 10 วินาที ซึ่งปรากฏภาพวัตถุคล้าย “งูยักษ์” สีดำขนาดใหญ่ ลอยทวนกระแสน้ำอยู่กลางแม่น้ำโขง จนหลายคนเชื่อว่าอาจเป็น “พญานาค” ตามความเชื่อของชาวลุ่มน้ำโขง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างพิธีรำบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเรือสำราญกลางแม่น้ำโขง เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 โดยมหาวิทยาลัยนครพนมจัดพิธีถวายองค์พญาศรีสัตตนาคราช และรำถวายพระธาตุศรีโคตรบอง พระธาตุศักดิ์สิทธิ์แห่งแขวงคำม่วน สปป.ลาว ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามตัวเมืองนครพนม

ภายในพิธีมีผู้บริหาร บุคลากร เจ้าหน้าที่ และนางรำในชุดพื้นเมืองกว่า 100 คน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เริ่มตั้งแต่พิธีรำบวงสรวงบริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช ก่อนล่องเรือไปประกอบพิธีกลางแม่น้ำโขง เพื่อความเป็นสิริมงคล หลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบประมาณกว่า 2,500 ล้านบาท สำหรับจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม
ระหว่างการประกอบพิธี มีผู้ร่วมขบวนบนเรือสามารถบันทึกภาพวัตถุคล้ายงูขนาดใหญ่ไว้ได้ โดยพบลอยอยู่ห่างจากเรือประมาณ 200 เมตร ลักษณะลำตัวยาว สีดำ เคลื่อนตัวช้าๆ ทวนกระแสน้ำ ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้พบเห็น ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมว่ายน้ำข้ามโขงของมหาวิทยาลัยนครพนม ต่างยืนยันว่าเห็นสิ่งผิดปกติในจุดเดียวกัน

ต่อมา ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ ได้โพสต์ข้อความประกอบคลิปผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า
“ระหว่างการว่ายน้ำตามลำน้ำโขง เราเห็นแต่ไม่กล้าทักเพราะกลัวคนอื่นจะกลัว งูใหญ่งอนสีดำ ริ้วลำตัวยาวประมาณ 6-8 เมตร ขอบน้ำข้างลำตัวไหลกระจายออกเบาๆ ว่ายทวนน้ำไปช้าๆ ในความเชื่อท่านคงรับรู้การมาสักการะของพวกเรา ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เพราะมีคลิปบันทึกจากช่างภาพ”
โพสต์ดังกล่าวสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ โดยมีทั้งฝ่ายที่เชื่อว่าเป็น “พญานาค” ตามตำนานความศรัทธาของชาวนครพนม และอีกส่วนที่มองว่าอาจเป็นเพียงสัตว์น้ำขนาดใหญ่ หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากยังคงยืนยันในความเชื่อเรื่ององค์พญานาค ผู้ปกปักรักษาองค์พระธาตุพนม ตามตำนานพระอุรังคธาตุ และเชื่อว่าทุกครั้งที่มีพิธีศักดิ์สิทธิ์สำคัญ มักเกิดเหตุอัศจรรย์หรือสิ่งลี้ลับให้ผู้ร่วมพิธีได้พบเห็นอยู่เสมอ
ข่าว/ภาพ : พัฒนพงษ์ ศรีเพียชัย ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนม

