“ณัฐพงษ์”เปิดเกมฝ่ายค้านเต็มสูบไม่กังวลคดี 44 สส.เตรียมแผนรับมือแล้ว

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์เผยภายหลังนำ สส.ของพรรคเข้ารายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า สมาชิกของพรรคพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยในช่วงบ่ายจะมีการประชุม ส.ส.ของพรรค เพื่อเตรียมทิศทางการทำงานในสภา

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า พรรคได้เตรียมผลักดันชุดกฎหมายหลายฉบับทันทีที่สภาเปิดทำงานอย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น มาตรการด้านเศรษฐกิจ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน การปฏิรูประบบงบประมาณ การยกระดับกลไกตรวจสอบของรัฐ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสิทธิเสรีภาพ รวมถึงมาตรการลดค่าไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นเพียงบางส่วนของร่างกฎหมายที่พรรคเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภา

ในส่วนของการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองอื่นในฐานะฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การประสานงานกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรมถือเป็นกระบวนการปกติของสภา เนื่องจากพรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลย่อมต้องทำงานร่วมกันในบทบาทฝ่ายค้าน โดยที่ผ่านมา พรรคประชาชนสามารถทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมืองได้ แม้จะมีจุดยืนหรือหลักการที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม การหารือในระดับแกนนำพรรคฝ่ายค้านยังไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องรอขั้นตอนสำคัญทางการเมือง ทั้งการเลือกประธานสภา รองประธานสภา และนายกรัฐมนตรี รวมถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะสามารถแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านและตั้งคณะกรรมการประสานงานฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้

เมื่อถูกถามถึงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนในฐานะพรรคการเมืองที่มีจำนวน สส.มากที่สุดในฝั่งฝ่ายค้าน ให้ความสำคัญกับตำแหน่งดังกล่าว และพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่

ส่วนกรณีคดี 44 ส.ส. ที่อยู่ระหว่างกระบวนการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า พรรคไม่ได้กังวล แต่ก็ไม่ประมาท พร้อมย้ำว่าการยื่นแก้ไขกฎหมายเป็นการทำหน้าที่ของ สส.ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ควรถูกนำไปสู่การดำเนินคดี

ทั้งนี้ พรรคได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้ว หากเกิดสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่อาจมี ส.ส.ของพรรคประมาณ 10 คน ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยจะหารือกันภายในพรรคเพื่อกำหนดแนวทางการทำงานในสภาไม่ให้สะดุด

เมื่อถามว่ามีการเตรียมบุคคลขึ้นมาทำหน้าที่แทนหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคได้เตรียมกระบวนการและวิธีการไว้แล้ว แต่รายละเอียดเรื่องตัวบุคคลต้องหารือในที่ประชุม สส.พรรคก่อน และหากเกี่ยวข้องกับตำแหน่งผู้บริหารพรรค ต้องผ่านการตัดสินใจของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีแผนจะจัดขึ้นในเดือนเมษายนนี้

สำหรับกระแสข่าวการปรับโครงสร้างผู้นำพรรค โดยมีการจับตาชื่อของนายวีรยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับกระบวนการมากกว่าตัวบุคคล และสุดท้ายต้องเป็นการตัดสินใจของสมาชิกพรรค

นายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลใหม่ไม่ได้เชิญพรรคกล้าธรรมเข้าร่วม โดยให้เหตุผลเรื่องมาตรฐานจริยธรรมว่า เรื่องดังกล่าวดูเป็นประเด็นทางการเมืองมากกว่ามาตรฐานด้านจริยธรรม พร้อมตั้งคำถามถึงกรณีในอดีตที่เคยแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ซึ่งสะท้อนถึงการใช้มาตรฐานที่แตกต่างกัน

นายณัฐพงษ์ย้ำว่า พรรคประชาชนยังคงเดินหน้าตรวจสอบความโปร่งใสของการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกรณีที่พรรคได้ยื่นให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบการเลือกตั้งในเขต 2 จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมระบุว่าหากพบหลักฐานความผิดปกติชัดเจน พรรคก็พร้อมดำเนินการตรวจสอบในเขตอื่นเพิ่มเติมเช่นกัน โดย พรรคยังยืนยันจุดยืนว่า ต้องการเห็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส บริสุทธิ์ และยุติธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบทางการเมืองในอนาคต หากมีการวินิจฉัยภายหลังว่ากระบวนการเลือกตั้งมีปัญหา