นายกฯย้ำบทเรียนหาดใหญ่! น้ำตัดขาดต้องมีอาหารกิน เร่งเยียวยา 9 พัน

นายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะถก บกปภ.ช. เกาะติดน้ำท่วมวันที่ 8 สั่งถอดบทเรียนวิกฤตหาดใหญ่ เน้นแจกอาหารพร้อมกิน ชี้ข้าวสารดิบกลายเป็นภาระหนักอึ้ง และห้ามปล่อยให้เกิดข้อพิพาทเรื่องคันกั้นน้ำ

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยมีคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ และผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference System

นายอนุทิน เปิดเผยว่า การติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 ภาพรวมเริ่มคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติในหลายพื้นที่แล้ว ยกเว้นบางจุดที่ยังมีน้ำท่วมขังและประสบปัญหาเรื่องการระบายน้ำ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญและลงพื้นที่บัญชาการอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ได้หยิบยกบทเรียนราคาแพงจากเหตุการณ์อุทกภัยที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อปลายปี 2568 มาเน้นย้ำเป็นกรณีพิเศษว่า ในช่วงวันแรกของการเกิดภัยพิบัติ ห่วงโซ่อุปทานด้านอาหารจะหายไปทันที ประชาชนและหน่วยช่วยเหลือจะเผชิญภาวะขาดแคลนอาหาร แม้จะมีศูนย์พักพิงแต่หากไร้เสบียงจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงต้องเตรียมความพร้อมและสร้างเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานล่วงหน้า

ในส่วนของการแจกจ่ายถุงยังชีพ นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการเด็ดขาดว่า ในพื้นที่ที่ถูกตัดขาดจากไฟฟ้าและน้ำประปา ให้เน้นสิ่งของหรืออาหารที่เปิดรับประทานได้ทันที “ห้ามแจกข้าวสารดิบ” เนื่องจากจะเป็นภาระในการขนย้ายและการประกอบอาหาร แต่หากพื้นที่ใดอยู่ในช่วงฟื้นฟู จึงค่อยปรับรูปแบบถุงยังชีพให้เหมาะสมกับการดำรงชีพในระยะต่อไป พร้อมกันนี้ พื้นที่ใดที่สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้ว ให้เร่งเข้าช่วยเหลือและยุติภารกิจอย่างรวดเร็ว เพื่อกระจายกำลังและทรัพยากรไปยังพื้นที่อื่นที่เป็นแผลเป็นจากอุทกภัยอย่างเป็นธรรม

นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้จี้เรื่องการเยียวยาประชาชน โดยเร่งให้ทุกจังหวัดสำรวจและส่งรายชื่อครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายเพื่อรับเงินเยียวยาตามเกณฑ์ 9,000 บาท ซึ่งล่าสุดได้โอนเงินให้แก่บ้านเรือนที่เสียหายเกิน 7 วันแล้วกว่า 10,000 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินกว่า 94 ล้านบาท โดยเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอตรวจสอบข้อมูลกับธนาคารออมสินอย่างรอบคอบ รัดกุม และแม่นยำสูงสุด เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดตกหล่น

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้ฝากข้อสั่งการสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ การเพิ่มมาตรการสร้างการรับรู้และช่องทางช่วยเหลือสู่ประชาชน การป้องกันความขัดแย้งเรื่องการระบายน้ำและคันกั้นน้ำโดยให้ฝ่ายปกครองและตำรวจลงพื้นที่ทำความเข้าใจทันที และการวางแผนระบายมวลน้ำระหว่างจังหวัดแบบไร้รอยต่อบูรณาการร่วมกับทหารและกรมชลประทาน เพื่อคลี่คลายความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด