ผอ.รพ.เพชรบูรณ์ขอโทษปมสกปรก เปิดวิกฤตเงินติดลบ 170 ล้าน ล่าสุดการเงินฟื้น

เปิดวิกฤต รพ.เพชรบูรณ์ เคยหนักถึงขั้นยาขาด เจ้าหน้าที่รอค่าตอบแทน 8–9 เดือน ล่าสุดการเงินฟื้น เหลือติดลบ 26 ล้าน เดินหน้าขยายโรงพยาบาลศูนย์

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 จากกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับสภาพความสะอาดและสุขอนามัยภายในหอผู้ป่วยของโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ จนกลายเป็นประเด็นร้อนและสร้างความกังวลให้กับประชาชนนั้น

ล่าสุด นพ.กอบชัย จิรชาญชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Kobchai Jirachanchai” กล่าวขออภัยผู้รับบริการและประชาชนในนามเจ้าหน้าที่ทุกคน พร้อมยอมรับว่าสภาพแวดล้อมและความสะอาดบางจุดยังไม่ได้มาตรฐานที่ควรจะเป็น โดยไม่ปฏิเสธข้อเท็จจริง พร้อมเปิดเบื้องหลังวิกฤตการเงินที่โรงพยาบาลต้องเผชิญมาตลอดเกือบ 1 ปี

นพ.กอบชัย ระบุว่า หลังเข้ารับตำแหน่งช่วงปลายเดือนตุลาคม 2568 พบว่าโรงพยาบาลปิดงบประมาณปี 2568 ด้วยยอดเงินบำรุงติดลบสูงถึง 170 ล้านบาท หนี้ส่วนใหญ่เป็นค่ายาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ สถานการณ์ขณะนั้นหนักถึงขั้นยาหลายรายการขาดแคลน ไม่สามารถจ่ายยาให้ผู้ป่วยได้อย่างเพียงพอ

คณะกรรมการบริหารจึงต้องใช้มาตรการ “รัดเข็มขัด” อย่างเข้มข้น ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ระงับการลงทุน และชะลอการซ่อมแซมปรับปรุงอาคารสถานที่ที่ยังสามารถรอได้ เพื่อทุ่มกระแสเงินสดไปจัดหายาและเวชภัณฑ์สำหรับรักษาผู้ป่วยเป็นลำดับแรก

วิกฤตดังกล่าวยังลุกลามถึงบุคลากร โดยต้องชะลอการจ่ายค่าตอบแทนบางประเภท ส่งผลให้เจ้าหน้าที่บางส่วนได้รับเงินล่าช้านานถึง 8–9 เดือน ขณะที่พนักงานบริการที่ลาออกก็ไม่สามารถจ้างทดแทนได้ ทำให้ปัจจุบันเหลือกำลังพนักงานทำความสะอาดเพียงประมาณ 1 ใน 3 ของกรอบเดิม และยังไม่มีงบเพียงพอว่าจ้างบริษัทภายนอกเข้ามาเสริม

อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลเร่งแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้ พร้อมปรับระบบจัดซื้อผ่าน e-bidding เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและควบคุมต้นทุน จนสามารถแก้ปัญหายาขาดแคลนได้แล้ว แม้ยาบางรายการที่มีราคาสูง ผู้ป่วยอาจต้องเดินทางมารับยาบ่อยขึ้น

ผลจากมาตรการรัดเข็มขัดทำให้ฐานะการเงินเริ่มฟื้นตัว จากเงินบำรุงติดลบ 170 ล้านบาท เหลือติดลบประมาณ 26 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 และมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นพ.กอบชัย ยังเปิดเผยถึงทิศทางในอนาคตว่า โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ผ่านการประเมินรอบแรกจากกองบริหารการสาธารณสุข เพื่อยกระดับเป็นโรงพยาบาลศูนย์ และได้รับงบประมาณปี 2570 กว่า 660 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างอาคารอุบัติเหตุ ฉุกเฉิน และผู้ป่วยนอก สูง 10 ชั้น

ด้านศักยภาพการรักษาเฉพาะทาง เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โรงพยาบาลสามารถกลับมาเปิดศูนย์สวนหลอดเลือดหัวใจได้อีกครั้ง พร้อมเริ่มเป็นสถาบันสมทบร่วมผลิตแพทย์กับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และผลิตพยาบาลร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์

นอกจากนี้ ยังได้รับการจัดสรรที่ดินติดศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์เพิ่มอีก 96 ไร่ เตรียมรองรับการขยายโรงพยาบาลในอนาคต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรักษาผู้ป่วยในพื้นที่และลดการส่งต่อไปยังจังหวัดอื่น

ช่วงท้าย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์กล่าวขอบคุณบุคลากรทุกฝ่ายที่อดทนร่วมกันฝ่าวิกฤต พร้อมย้ำคำขอโทษต่อประชาชนอีกครั้ง และให้คำมั่นว่าจะเร่งแก้ไขจุดบกพร่องด้านสภาพแวดล้อมและความสะอาดให้ดีขึ้น

พร้อมทิ้งท้ายโพสต์ด้วยอารมณ์ขันถึงภาพประกอบที่มีทีมงานและผู้ร่วมประชุมติดอยู่ในเฟรมว่า ขออย่าฟ้องร้องตามกฎหมาย PDPA เพราะเจ้าตัว “ชอบภาพนี้”

ข่าว/ภาพ : สุนทร คงวราคม ผู้สื่อข่าวจังหวัดเพชรบูรณ์