
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่พบปะประชาชนบริเวณตลาดวงศกร เขตสายไหม และตลาดถนอมมิตร เขตบางเขน เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายกร สิงห์ธีร์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 11 หมายเลข 4 และ นายธนกฤต ธนิศราพงศ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 12 หมายเลข 11 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก เป็นกันเอง มีประชาชนเข้ามาทักทายและให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง
ระหว่างการลงพื้นที่ ประชาชนจำนวนมากได้สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพ ทั้งค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ที่ปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ ส่งผลให้หลายครอบครัวแทบไม่เหลือเงินสำหรับการดำรงชีวิต
นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจในปัจจุบันว่า ประชาชนกำลังเผชิญกับภาวะค่าครองชีพสูง แต่รายได้กลับไม่เพิ่มตาม ทำให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น โครงการ “คนละครึ่ง” ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง หากประชาชนไม่มีเงินอยู่ในกระเป๋าตั้งแต่ต้น

พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงแนวทางการบริหารประเทศของรัฐบาลปัจจุบันว่า มุ่งเน้นตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ GDP เป็นหลัก แต่กลับละเลยคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ และความทุกข์ยากของประชาชนในชีวิตจริง
“เศรษฐกิจจะดีบนกระดาษอย่างเดียวไม่ได้ หากประชาชนยังลำบาก ไม่มีเงินเหลือกินเหลือใช้” นายพีระพันธุ์ กล่าว
หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ย้ำว่า หากพรรคได้รับโอกาสเป็นรัฐบาล ภารกิจเร่งด่วนอันดับแรก คือการลดภาระค่าครองชีพในปัจจัยพื้นฐาน 3 ด้าน ได้แก่ ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน และแก๊สหุงต้ม ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของทุกครัวเรือน พร้อมย้ำว่า เงินภาษีของประชาชนต้องถูกนำกลับมาใช้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นลำดับแรก ไม่ใช่เพื่อสร้างตัวเลขทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวถึงนโยบายด้านสวัสดิการ โดยระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการเป็น 1,500 บาทถ้วนหน้า และเพิ่มอีก 500 บาทสำหรับผู้ที่เคยเสียภาษี เพื่อสะท้อนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่เคยมีส่วนร่วมสร้างรายได้ให้ประเทศ
พร้อมยกกรณีตัวอย่างอดีตทหารเกณฑ์ในจังหวัดสมุทรสาคร ที่ประสบอุบัติเหตุจนพิการรุนแรง ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ อีกทั้งยังต้องดูแลบุตรที่ป่วยเป็นโรคโปลิโอ แต่กลับไม่ได้รับการดูแลจากภาครัฐอย่างทั่วถึง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างของระบบสวัสดิการไทยในปัจจุบัน
นายพีระพันธุ์ ระบุว่า ตนได้ประสานไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อเร่งเข้าไปช่วยเหลือกรณีดังกล่าวแล้ว พร้อมย้ำว่า รัฐไม่ควรปล่อยให้ประชาชนที่เสียสละเพื่อประเทศต้องถูกทอดทิ้งในยามลำบาก


