
“รังสิมันต์ โรม” เผยข้อมูลไหลเข้า กมธ.ต่อเนื่อง ย้ำ “สส.ไอเดีย” เป็นบุคคลสาธารณะต้องตอบสังคม เตือนรัฐบาลอย่ารีบฟอกขาวจนเจ้าหน้าที่ไม่กล้าสอบ ลั่นพร้อมสู้คดีหมิ่นประมาท
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเชิญ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และนายซาง ไท่หยาง สามี เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ ว่า แม้มีกระแสข่าวว่า น.ส.สุชาดาจะไม่เดินทางมา แต่การชี้แจงครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทั้งสองคนจะตอบข้อสงสัยของสังคม โดยข้อมูลที่ให้ต่อคณะกรรมาธิการฯ จะถูกบันทึกเป็นเอกสารทางการเพื่อใช้ดำเนินการต่อไป
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ขณะนี้สังคมตั้งคำถามเกี่ยวกับข้อมูลทรัพย์สินและข้อสงสัยเรื่องความเชื่อมโยงกับทุนสีเทา จึงเห็นว่า น.ส.สุชาดาควรใช้เวทีคณะกรรมาธิการฯ ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเดินทางมาหรือไม่ คณะกรรมาธิการฯ จะเดินหน้าตรวจสอบต่อ โดยยืนยันว่าจะติดตามเรื่องสำคัญจนถึงที่สุด ทั้งกรณีข้อกล่าวหาเรื่องการเสนอสินบน 40 ล้านบาทที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เคยเปิดเผย รวมถึงกรณีของ น.ส.สุชาดาและสามี
สำหรับการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เลขาธิการ ป.ป.ช. เลขาธิการ ป.ป.ง. และเลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เข้าชี้แจงด้วย เพื่อพิจารณากรณีการเสนอสินบนเกี่ยวกับการปราบปรามเว็บไซต์การพนันออนไลน์ ตลอดจนมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการกำกับดูแลธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ข้อสงสัยของสังคมขณะนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียง น.ส.สุชาดาและสามี แต่ขยายไปถึงท่าทีของรัฐบาล ซึ่งควรทำหน้าที่ตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนออกมารับรองบุคคลที่ถูกตั้งคำถาม พร้อมวิจารณ์ว่าท่าทีของรัฐบาลอาจกลายเป็น “ตราประทับ” ให้สามีของ น.ส.สุชาดาในประเด็นธุรกิจการพนัน
ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ตั้งคำถามว่า แม้เว็บไซต์พนันจำนวนมากจะจดทะเบียนและดำเนินการอยู่ในต่างประเทศ แต่สิ่งที่ต้องตรวจสอบคือ การดำเนินธุรกิจนั้นเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายไทยหรือไม่ มีคนไทยเข้าไปเล่นหรือไม่ และมีการมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าคนไทยหรือไม่ รวมถึงเหตุใดเว็บไซต์บางแห่งยังเข้าถึงได้ ทั้งที่รัฐบาลยืนยันว่ามีการสั่งปิดกั้นแล้ว
นายรังสิมันต์เห็นว่า หากรัฐบาลแสดงท่าทีรับรองก่อนตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน อาจทำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่กล้าดำเนินการ เพราะกังวลว่าจะขัดแย้งกับรัฐมนตรีหรือได้รับผลกระทบจากการโยกย้าย
เมื่อถามถึงท่าทีของ น.ส.สุชาดาที่ต้องการให้นายรังสิมันต์เปิดเผยหลักฐานก่อนเข้าชี้แจง นายรังสิมันต์กล่าวว่า ในมุมมองของตน เมื่อมีเหตุอันควรสงสัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบเส้นทางการเงินตามอำนาจหน้าที่ ขณะเดียวกัน ข้อมูลบัญชีทรัพย์สินของ น.ส.สุชาดาก็เป็นอีกประเด็นที่สังคมตั้งคำถามถึงความถูกต้องครบถ้วน รวมถึงที่มาของรายได้และทรัพย์สิน
นายรังสิมันต์ย้ำว่า ในฐานะนักการเมืองและบุคคลสาธารณะ น.ส.สุชาดาควรออกมาตอบข้อสงสัย ขณะที่คณะกรรมาธิการฯ มีหน้าที่ตรวจสอบ โดยขณะนี้มีข้อมูลและข้อเท็จจริงส่งเข้าสู่การพิจารณาจำนวนมาก ทั้งส่วนที่ปรากฏต่อสาธารณะแล้ว และส่วนที่ยังไม่ได้เปิดเผย
ส่วนเหตุใดยังไม่นำหลักฐานทั้งหมดออกมาเปิดเผย นายรังสิมันต์กล่าวว่า ข้อมูลหลายส่วนที่ประชาชนเผยแพร่อยู่ในขณะนี้เป็นเรื่องที่ น.ส.สุชาดาควรชี้แจงอยู่แล้ว และตนมีข้อมูลทั้งส่วนที่ถูกเปิดเผยและส่วนที่ยังไม่ปรากฏต่อสาธารณะ แต่ต้องการติดตามด้วยว่าหน่วยงานรัฐจะดำเนินการอย่างไร
ประเด็นที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ตามที่นายรังสิมันต์ระบุ ได้แก่ นายซางกระทำผิดหรือไม่ หากมีการกระทำผิด น.ส.สุชาดารับรู้หรือเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ รวมถึงบทบาทของ น.ส.สุชาดาในช่วงที่เคยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และการรับรู้ของนายไชยชนก ตลอดจนการใช้อำนาจของผู้เกี่ยวข้องว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า การเชิญเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ เป็นช่องทางให้ได้ตั้งคำถามโดยตรง จึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเปิดข้อมูลทั้งหมดให้ น.ส.สุชาดาทราบล่วงหน้า พร้อมตั้งคำถามว่า เมื่อยืนยันว่าบริสุทธิ์ใจ เหตุใดจึงยังไม่ใช้เวทีนี้ชี้แจงข้อเท็จจริง
นายรังสิมันต์ยังกล่าวถึงประเด็นที่เห็นว่าต้องตรวจสอบ ทั้งข้อสงสัยเรื่องความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฟอกเงิน แหล่งที่มาของรายได้ ความสอดคล้องระหว่างทรัพย์สินกับฐานะ และข้อมูลเกี่ยวกับการร่วมก่อตั้งสถาบันการเงินที่ถูกดำเนินคดีในต่างประเทศ โดยมองว่าแต่ละเรื่องมีประเด็นทางกฎหมายแตกต่างกัน และต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
พร้อมกันนี้ นายรังสิมันต์เรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบกรณีของ น.ส.สุชาดาอย่างจริงจัง และอย่าเพิ่งรีบ “ฟอกขาว” เพราะอาจสร้างข้อครหาเรื่องการเลือกปฏิบัติ โดยกล่าวเปรียบเทียบว่า หากฝ่าย “สีส้ม” ถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น แต่ฝ่าย “สีน้ำเงิน” ที่ถูกตั้งคำถามกลับได้รับการรับรองอย่างรวดเร็ว ย่อมกระทบความเชื่อมั่นต่อการใช้อำนาจรัฐ และอาจนำไปสู่ข้อสงสัยเรื่องการใช้อำนาจมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
เมื่อถามว่าจะนำข้อมูลไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ยังไม่ต้องการนำสองเรื่องมารวมกัน เนื่องจาก น.ส.สุชาดาไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จึงต้องใช้กลไกตรวจสอบที่มีอยู่ให้เต็มที่ก่อน ส่วนเมื่อถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้อมูลใดจะถูกนำไปใช้เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาในเวลานั้น
สำหรับกรณี น.ส.สุชาดาแจ้งความดำเนินคดีกับตนในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และคำถามว่าจะกลายเป็น “นิติสงคราม” หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ยังไม่ได้มองไปถึงขั้นนั้น การแจ้งความเป็นสิทธิของ น.ส.สุชาดา ขณะที่ตนพร้อมเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและพิสูจน์พยานหลักฐาน
ทั้งนี้ ประเด็นเกี่ยวกับทรัพย์สิน ธุรกิจการพนัน และความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินข้างต้น เป็นข้อกล่าวหาและข้อสงสัยที่นายรังสิมันต์ระบุให้ตรวจสอบ โดยยังต้องรอข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้องและผลการดำเนินการของหน่วยงานที่มีอำนาจต่อไป
