หอบทุเรียนเข้าท้าสภาสส.กฤชซัดลูกละ 100 เป็นไปไม่ได้แฉเกมล้งจีนฮุบตลาด 100%

บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 กลายเป็นเวทีเดือด เมื่อ นายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเร่งศึกษาวิกฤตราคาผลไม้ตกต่ำ โดยเฉพาะ “ทุเรียน” ที่กำลังเผชิญปัญหาหนักทั้งด้านราคาและคุณภาพ

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การ “หอบทุเรียนขึ้นสภา” พร้อมนำตาชั่งมาตั้งกลางห้องประชุม เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องราคาที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคม

นายกฤช เปิดฉากด้วยการชำแหละปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยชี้ว่า ปัจจุบันพ่อค้าคนกลาง โดยเฉพาะ “ล้งจีน” กลายเป็นผู้กำหนดราคาทุเรียนแบบเบ็ดเสร็จ เข้าซื้อเหมาสวนตั้งแต่ผลยังไม่ออก ส่งผลให้เกิดการ “ตัดทุเรียนอ่อน” เพื่อเก็งกำไรช่วงต้นฤดู จนคุณภาพตกต่ำและกระทบภาพลักษณ์ผลไม้ไทย

ประเด็นที่ถูกจับตาอย่างมาก คือกระแส “ทุเรียนลูกละ 100 บาท” ที่ถูกเผยแพร่ผ่านอินฟลูเอนเซอร์ และได้รับการยืนยันจากระดับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่า “ทำได้” ก่อนจะต้องออกมาชี้แจงภายหลังว่าเป็นเพียงทุเรียนเกรดรอง

นายกฤช กล่าวอย่างเผ็ดร้อน พร้อมโชว์หลักฐานกลางสภา

  • ทุเรียนขนาดจัมโบ้ น้ำหนัก 6.7 กก. ราคาประมาณ 240 บาท
  • ทุเรียนขนาดกลาง น้ำหนัก 2.2 กก. ราคาประมาณ 180 บาท
  • ทุเรียนขนาดเล็ก “ป๊อกแป๊ก” น้ำหนัก 1.4 กก. ราคาประมาณ 112 บาท

“ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ทุเรียนลูกละ 100 บาท แทบเป็นไปไม่ได้ในเชิงพาณิชย์” นายกฤช กล่าว พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการสื่อสารจากภาครัฐ ที่อาจ “หวังดีแต่ผิดเวลา” และเสี่ยงบิดเบือนกลไกราคา

นายกฤช อภิปรายว่า การสื่อสารลักษณะนี้อาจนำไปสู่ผลกระทบลูกโซ่ ทั้งการทำลายมูลค่าทุเรียนไทย และการเปิดช่องให้เกิดการลักลอบนำเข้าทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์ขายในประเทศ

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐเร่งตรวจสอบหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • การควบคุมคุณภาพ ห้ามทุเรียนอ่อนเข้าสู่ตลาดโดยเด็ดขาด
  • ตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของล้งจีน ว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
  • เอาผิดนอมินีที่ถือครองสวนแทนนายทุนต่างชาติ
  • ตรวจเข้มการลักลอบนำเข้า โดยเฉพาะที่ท่าเรือแหลมฉบัง

ช่วงท้ายนายนายกฤช เสนอให้รัฐบาล “เปลี่ยนเกม” จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การวางแผนล่วงหน้า ทั้งการสำรวจผลผลิต การเตรียมตลาดรองรับ และการตั้งกองทุนเพื่อระบายผลไม้ล้นตลาดผ่านการแปรรูป เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม แม้จะวิจารณ์ในการอภิปรายอย่างหนัก แต่นายกฤชยังกล่าวขอบคุณอินฟลูเอนเซอร์ที่ช่วยจุดกระแสให้สังคมหันมาสนใจทุเรียนไทย พร้อมย้ำว่า “เจตนาดีมีค่า แต่ต้องไม่แลกกับความเสียหายของทั้งระบบ”