“อนุทิน”รับไม่ชอบใจต้องดันเพื่อนเก่าเป็นฝ่ายค้านเปิดดีลรัฐบาล 291 เสียง

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย บรรยากาศการเมืองเริ่มชัดเจนขึ้น เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมแกนนำพรรค ร่วมแถลงข่าวกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย รวมถึง นายชูศักดิ์ ศิรินิล และ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ภายหลังพรรคเพื่อไทยนำรายชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 มามอบให้พรรคภูมิใจไทย ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

นายอนุทินกล่าวว่า การยื่นรายชื่อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากจะมี รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 14 มีนาคม และคาดว่าหลังจากนั้นจะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือก ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ รองประธานสภาฯ ทั้งสองตำแหน่ง ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

“วันนี้พรรคเพื่อไทยได้นำรายชื่อในส่วนของพรรคมาให้พรรคภูมิใจไทยแล้ว รวมถึงมีการพูดคุยเรื่องไทม์ไลน์การดำเนินการในลำดับต่อไป แต่รายละเอียดคงต้องรอให้เป็นไปตามขั้นตอนก่อน” นายอนุทินกล่าว

สำหรับรายชื่อรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ที่มีกระแสว่าเป็น นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย นายอนุทินกล่าวเพียงว่า ขอให้รอการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการในสภาฯ โดยย้ำว่าหลักเกณฑ์การพิจารณาคือบุคคลต้องมีประสบการณ์ มีความรู้เรื่องข้อบังคับการประชุม มีความอาวุโส และเป็นที่ยอมรับของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เปิดตัวเลขรัฐบาล “แถวๆ 291 เสียง”

เมื่อถูกถามถึงจำนวนเสียงสนับสนุนรัฐบาล นายอนุทินยอมรับว่าปัจจุบันพรรคร่วมรัฐบาลประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมอีก 13 พรรค รวมเสียงแล้วอยู่ที่ประมาณ “แถวๆ 291 เสียง” ซึ่งมองว่าเป็นจำนวนที่เหมาะสมต่อการบริหารประเทศและการทำงานในสภา

นายอนุทิน ยังตอบคำถามถึงกรณีที่บางพรรคการเมืองอาจโหวตสนับสนุนนายกรัฐมนตรี แม้ไม่ได้ร่วมรัฐบาล โดยย้ำว่าโครงสร้างพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนี้ถือว่า “ครบแล้ว”

รับรู้สึกหนักใจ เมื่อการเมืองทำเพื่อนแยกทาง

ช่วงหนึ่งของการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกที่พรรคการเมืองบางพรรคซึ่งเคยร่วมงานกัน อาจต้องไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ทำให้ นายอนุทินหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า

“ก็ไม่ชอบความรู้สึกนี้ แต่บางอย่างก็ฝืนไม่ได้ ความเป็นเพื่อน ความผูกพันยังอยู่ เพียงแต่วันนี้เราต้องทำหน้าที่ในบทบาทที่ต่างกัน การเมืองมันก็แบบนี้”

พร้อมกล่าวติดตลกว่า “วันนี้หนูกับหนิมมาอยู่ด้วย” สะท้อนบรรยากาศความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ยังคงมีมิตรภาพส่วนตัวอยู่

เพื่อไทยย้ำ รอขั้นตอนก่อนคุยโควตารัฐมนตรี

ด้านนายจุลพันธ์ กล่าวว่า รายชื่อรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ขอให้รอการเสนออย่างเป็นทางการในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยกำหนดการคือวันที่ 14 มีนาคม จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา และวันที่ 15 มีนาคม จะมีการเลือกประธานและรองประธานสภา

ส่วนการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น ยืนยันว่า ยังไม่ได้ข้อสรุป และยังไม่มีการส่งรายชื่อ เนื่องจากต้องรอขั้นตอนการเลือกประธานสภา และการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีให้เรียบร้อยก่อน

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้ตั้งคณะทำงานภายในเพื่อรับฟังความเห็นและคัดสรรบุคคลที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งทางการเมือง โดยรายชื่อจะถูกส่งให้นายกรัฐมนตรี ก่อนส่งต่อให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 18 หน่วยงานตามขั้นตอน

ปิดฉากด้วยภาพ “กอดกัน” สื่อการเมืองยังไม่ขาดมิตรภาพ

ภายหลังการแถลงข่าว เวลาประมาณ 15.02 น. นายอนุทินพร้อมแกนนำพรรคภูมิใจไทยได้เดินมาส่งคณะของพรรคเพื่อไทย ก่อนร่วมถ่ายภาพจับมือกัน ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง

เมื่อผู้สื่อข่าวแซวให้ “หนิมกับหนูจับมือกัน” นายอนุทินตอบทันทีว่า “ไม่จับมือ แต่กอดกันเลย เขาเป็นน้อง”

ขณะที่นายจุลพันธ์ย้ำว่า “รู้จักกันมานาน เป็นพี่น้องกัน” ก่อนที่นายอนุทินจะกระซิบเบา ๆ กับผู้สื่อข่าวว่า “รู้จักกันยันพ่อ”

ภาพกอดกันในวันนั้น จึงกลายเป็นอีกฉากหนึ่งของการเมืองไทย ที่สะท้อนทั้งเกมอำนาจในสภา และสายสัมพันธ์ส่วนตัวของนักการเมืองที่ยังคงอยู่ แม้จะยืนอยู่คนละฝั่งในสนามการเมือง.