
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา บรรยากาศในวาระครบรอบ 94 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 เต็มไปด้วยเสียงเรียกร้องให้ฟื้นฟูอุดมการณ์ประชาธิปไตย เมื่อกลุ่มประชาชนพิทักษ์ระบอบประชาธิปไตย และคณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 นำโดย นายเจษฎา ศรีปลั่ง เข้ายื่นหนังสือข้อเรียกร้องและจดหมายเปิดผนึกถึงพรรคการเมืองและสมาชิกรัฐสภา เพื่อผลักดันให้ “อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน” อย่างแท้จริง โดยมี นางมนพร เจริญศรี สส.พรรคเพื่อไทย เป็นผู้แทนรับหนังสือแทนหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
สำหรับข้อเรียกร้องสำคัญทั้ง 4 ข้อ ประกอบด้วย ข้อแรก เรียกร้องให้รัฐและสังคมไทยยอมรับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ว่า วันที่ 24 มิถุนายน 2475 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจากระบอบราชาธิปไตย มาเป็นระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีคณะราษฎรเป็นผู้ก่อการ และควรกำหนดให้วันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองไทยอย่างเป็นทางการ

ข้อที่สอง เรียกร้องให้ดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดอย่างถึงที่สุดต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการบิดเบือนอำนาจนิติบัญญัติของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา โดยเฉพาะข้อครหาการใช้อิทธิพลและเงินในการจัดการเลือก สว. ซึ่งกลุ่มผู้ยื่นหนังสือมองว่าเป็นภัยร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตย และเป็นต้นตอของการสร้าง “ประชาธิปไตยจอมปลอม” ผ่านกลไกองค์กรอิสระและอำนาจทางการเมือง
ข้อที่สาม เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งรายมาตราและการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยต้องอยู่ภายใต้เจตจำนงของประชาชน สนับสนุนการจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และไม่ให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกปัดตกในกระบวนการรัฐสภา

ส่วนข้อที่สี่ เรียกร้องให้ยุติการลบเลือนหรือทำลายประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ทั้งในรูปแบบของวัตถุพยาน อนุสรณ์สถาน และการบิดเบือนเนื้อหาในตำราเรียน พร้อมคัดค้านการรื้อถอน ทำลาย หรือเปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์ทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยเฉพาะอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน
ด้าน นางมนพร กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยให้เป็นผู้แทนรับหนังสือและข้อเสนอทั้งหมดจากภาคประชาชน พร้อมยืนยันว่าพรรคให้ความสำคัญกับทุกประเด็นที่มีการเสนอมา ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่หลายพรรคการเมืองประกาศไว้ต่อประชาชน โดยในวันเดียวกันจะมีการประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อหารือแนวทางการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจุดยืนของพรรคเพื่อไทยคือการผลักดันรัฐธรรมนูญที่ยึดโยงกับประชาชนและสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

ส่วนข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการได้มาของ สส. และ สว. พรรคเพื่อไทยเห็นว่ากระบวนการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองต้องโปร่งใส เป็นธรรม และปราศจากการแทรกแซงหรือการจูงใจที่ผิดกฎหมาย เพราะทุกตำแหน่งที่มาจากประชาชนจะต้องยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง
สำหรับประเด็นการทำลายอนุสรณ์สถานหรือสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ นางมนพรระบุว่า จำเป็นต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างรอบด้าน เพราะอนุสรณ์สถานต่าง ๆ เป็นภาพสะท้อนการต่อสู้และพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย

“พรรคเพื่อไทยจะนำข้อเรียกร้องทั้ง 4 ข้อไปหารือภายในพรรค และจะสื่อสารความคืบหน้าให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เราจะยืนอยู่ข้างความถูกต้อง เคียงข้างประชาชน และผลักดันให้ประชาธิปไตยเกิดขึ้นจริงในสังคมไทย” นางมนพรกล่าว
