
เปิดผลปฏิบัติการ “ตัดบทพ่อทิพย์” สนธิกำลัง 8 หน่วยงาน จับผู้ต้องหาแล้ว 24 ราย เร่งเพิกถอนสูติบัตรมิชอบ 50 รายการใน 8 สำนักทะเบียนเขต กทม.
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการเปิดปฏิบัติการ “ตัดบทพ่อทิพย์” เพื่อปราบปรามเครือข่ายทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติ กรณีจ้างชายไทยแอบอ้างเป็นบิดา หรือ “พ่อทิพย์” เพื่อให้บุตรคนต่างด้าวได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายสุภณ สยามบุญนัญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง นายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ DOPA N.I.C.E. พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย 8 หน่วยงานเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายวรศิษฎ์ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลจากการสืบสวนขยายผลต่อเนื่องจากช่วงเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเคยจับกุมผู้กระทำผิดไปแล้ว 37 ราย และเพิกถอนรายการแจ้งเกิดเท็จ 21 รายการ จนกระทั่งพบหลักฐานมัดตัวเพิ่มเติมในพื้นที่กรุงเทพมหานครอีกอย่างน้อย 50 รายการ นำไปสู่การสนธิกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมตามหมายจับ 46 หมาย สามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 24 ราย แบ่งเป็นพ่อทิพย์สัญชาติไทย 10 ราย บิดาต่างด้าว 2 ราย มารดาต่างด้าว 7 ราย และบุตรต่างด้าวอายุ 18 ปีขึ้นไป 3 ราย พร้อมประสานกรุงเทพมหานครเร่งเพิกถอนสูติบัตรมิชอบใน 8 สำนักทะเบียนเขต เพื่อกวาดล้างขบวนการสวมสิทธิ์ที่ตกค้างมานานนับสิบปี

สำหรับประเด็นที่พบว่ามีผู้ได้รับสัญชาติโดยมิชอบกำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษานั้น นายวรศิษฎ์ ระบุว่า ขั้นตอนแรกจะต้องดำเนินการเพิกถอนสถานะและกลับไปใช้สัญชาติดั้งเดิมของบิดามารดา อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการผลักดันให้ออกจากประเทศ เด็กยังคงสามารถอาศัย เรียนหนังสือ หรือทำงานได้ตามกฎหมายในอีกสถานะหนึ่ง หากในอนาคตมีคุณสมบัติครบถ้วนและสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ก็สามารถยื่นขอสัญชาติไทยได้ตามช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนเด็กเล็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะได้ประสานกรมกิจการเด็กและเยาวชนเข้ามาดูแลเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

รมช.มหาดไทย ย้ำด้วยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นเพียงเฟสแรกเท่านั้น เนื่องจากระบบทะเบียนราษฎรสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทั้งหมด พร้อมกันนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนระเบียบเพื่อปิดช่องโหว่ เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) กำหนดให้เด็กต่ำกว่า 18 ปีเดินทางออกนอกประเทศต้องมีใบรับรองจากบิดามารดา ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้พ่อแม่แท้ๆ เป็นผู้แจ้งเกิดเท่านั้น ห้ามมอบอำนาจเด็ดขาด พร้อมร่วมมือกับกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ผลักดันกฎหมายบังคับตรวจ DNA ทุกกรณีที่แม่เป็นต่างด้าวแต่แอบอ้างพ่อไทย เพื่อใช้หลักวิทยาศาสตร์ตัดวงจรการทุจริตอย่างเด็ดขาด และฝากเตือนประชาชนอย่าเห็นแก่ผลประโยชน์เล็กน้อยเข้าไปพัวพันขบวนการดังกล่าว เพราะสุดท้ายจะถูกดำเนินคดีอย่างไม่มีข้อยกเว้น

