‘รุทธพล’ ตอบปมฟอกขาว! จ่อเชิญ ‘โรม–ศิริโชค’ ให้ข้อมูลสอบสามี สส.ไอเดีย

รมว.ยุติธรรมแจงดีเอสไอตั้งเรื่องสืบสวนปมสามี “สุชาดา” ตั้งแต่ 8 ต.ค. เตรียมเชิญ “โรม–ศิริโชค” ให้ข้อมูล ย้ำขายหุ้นแล้วก็ต้องตรวจสอบ ยังไม่สรุปรับเป็นคดีพิเศษ

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ พร้อมด้วย นายไทหยาง ซาง สามี เข้าชี้แจงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในช่วงเช้าวันเดียวกัน หลังมีข้อสงสัยว่านายไทหยางอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์และการพนันออนไลน์

พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยว่า ดีเอสไอได้ตั้งเรื่องสืบสวนตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม คณะทำงานจาก 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย ดีเอสไอ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ประชุมหารือรายละเอียดร่วมกันแล้ว และจะประชุมอีกครั้งในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ส่วนการเข้าพบเจ้าหน้าที่ของ น.ส.สุชาดาในวันนี้ ตนได้รับทราบแล้ว

เมื่อถามถึงกรอบการสืบสวน พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่รับเรื่องเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม และมีข้อมูลพอสมควรแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำข้อมูลจากทุกหน่วยงานมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้ข้อเท็จจริงมีความชัดเจน

ทั้งนี้ ดีเอสไอจะเชิญ น.ส.สุชาดาและสามี รวมถึงนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มาให้ถ้อยคำและข้อมูลเพิ่มเติม หากผู้ใดมีพยานหลักฐานก็สามารถนำมาประกอบสำนวนได้

เมื่อถามว่า แม้ น.ส.สุชาดาจะระบุว่าสามีขายหุ้นสัดส่วน 1% ไปแล้ว เจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสอบหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลยืนยันว่า จำเป็นต้องตรวจสอบให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถชี้แจงต่อประชาชนได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พร้อมย้ำว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ

เมื่อถามว่า ดีเอสไอตั้งเรื่องสืบสวนเองหรือมีผู้ยื่นร้องเรียน พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ดีเอสไอเป็นผู้ตั้งเรื่องเอง เนื่องจากเป็นประเด็นเกี่ยวกับความผิดอาญาที่สามารถดำเนินการตรวจสอบได้ โดยจะนำพยานหลักฐานจากหลายส่วนมาประกอบกัน และเปิดให้ผู้ที่มีข้อมูลส่งหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความกระจ่าง

ถามย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวหมายความว่ามีมูลค่าความเสียหายเกิน 300 ล้านบาท จึงรับเป็นคดีพิเศษแล้วใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลชี้แจงว่า ขณะนี้ยังเป็นขั้นตอนการสืบสวน ส่วนจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ต้องพิจารณาเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ส่วนข้อกังวลว่ากระบวนการตรวจสอบอาจกลายเป็นการ “ฟอกขาว” ให้ผู้ถูกพาดพิงนั้น พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญพยานมาให้ข้อมูล เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ในสำนวนอย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นแนวทางที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย และทำให้สามารถตรวจสอบเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน

เมื่อถามถึงประเด็นที่จะตรวจสอบเพิ่มเติม พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า จะพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายไทยทั้งหมด โดยก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้กล่าวถึงเรื่องการพนัน เพราะอาจมีกฎหมายอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงให้ตรวจสอบครอบคลุมทุกประเด็น หากพบการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายที่ใช้บังคับในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย