เดินหน้าทวงคืนผืนป่า 754 ไร่ตม.แจ้งต่างชาติ 9 สัญชาติออกพ้นวัดร่มโพธิธรรมใน 7 วัน

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 (บก.ตม.4) จังหวัดขอนแก่น พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รองผู้บังคับการ ตม.4 และ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเลย ร่วมประชุมติดตามการบังคับใช้คำพิพากษาศาลฎีกาเพื่อทวงคืนพื้นที่ป่าและที่ดินของรัฐในพื้นที่วัดร่มโพธิธรรม ภายหลังการเปิดปฏิบัติการ “ฟ้าสางที่หนองหิน”

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังร่วมกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ผู้แทนจังหวัดเลย กรมป่าไม้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมบังคับคดี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมกำลังกว่า 200 นาย เพื่อดำเนินการตามคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งมีผลถึงที่สุดตั้งแต่ปี 2561 ให้วัดและผู้เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) รวมกว่า 754 ไร่ และส่งมอบพื้นที่คืนให้กรมป่าไม้

พล.ต.ต.ไพรัช กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการบังคับคดีพร้อมเจรจากับคณะสงฆ์ เพื่อแจ้งให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกา โดยเฉพาะการดูแลชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ภายในวัดในฐานะผู้ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักรเพื่อศึกษาพระพุทธศาสนา

จากการตรวจสอบพบว่ามีชาวต่างชาติพำนักอยู่รวม 141 ราย จาก 9 สัญชาติ ได้แก่ เวียดนาม จีน ลาว ญี่ปุ่น ฮ่องกง ฝรั่งเศส เยอรมนี โรมาเนีย และกัมพูชา ซึ่งทั้งหมดมีสถานะการพำนักถูกต้องตามกฎหมาย

ที่ผ่านมา ตม.จังหวัดเลยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลมาแล้ว 4 ครั้ง พร้อมจัดล่ามภาษาเวียดนาม ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ เพื่ออธิบายรายละเอียดของคำพิพากษาและประกาศของกรมป่าไม้ รวมทั้งจัดทำบันทึกรับทราบให้ชาวต่างชาติทุกคน เพื่อให้เข้าใจและปฏิบัติตามคำสั่งให้ออกจากพื้นที่พิพาท

พล.ต.ต.ไพรัช เปิดเผยว่า ปัจจุบันชาวต่างชาติบางส่วนได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรเพื่อไปปฏิบัติธรรมร่วมกับเจ้าอาวาสในต่างประเทศแล้ว ส่วนผู้ที่ยังพำนักอยู่ในวัด เจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าประกาศของกรมป่าไม้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2567 โดยกำหนดให้ต้องออกจากพื้นที่พิพาทภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่ออกจากพื้นที่ กรมป่าไม้จะดำเนินการบังคับคดีและใช้มาตรการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการต่อต้าน และทางวัดให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี โดยยึดหลักการสร้างความเข้าใจและการประชาสัมพันธ์เพื่อลดความขัดแย้ง

ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ยังฝากประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของบ้าน ผู้ประกอบการที่พัก และผู้ให้เช่าที่พัก ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 38 ซึ่งกำหนดให้ต้องแจ้งการเข้าพักของคนต่างด้าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เข้าพัก หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม จะมีโทษตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ไพรัชย้ำว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังคงเข้มงวดในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงเฝ้าระวังบุคคลตามหมายจับและการเดินทางเข้า-ออกประเทศ หากประชาชนพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งข้อมูลต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือหน่วยตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง