“ไทยสร้างไทย”ลั่นชนทุกปัญหาเปิดยุทธศาสตร์ใหม่ปราบโกง–ฟื้นประเทศ

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พรรคไทยสร้างไทยประกาศความพร้อมก้าวเข้าสู่สนามเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ผ่านกิจกรรม “รวมพลแสดงพลังแม่ทัพและขุนพลไทยสร้างไทย” โดยชูจุดยืนเป็นพรรคการเมืองสีขาว ยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริต และนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันแบบไม่ประนีประนอม ภายใต้การนำของคณะผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาที่เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนความเป็นทีมการเมืองมืออาชีพที่มีประสบการณ์จริง พร้อมอาสาเข้ามาแก้ไขวิกฤตประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

พลโทภราดร พัฒนถาบุตร ประธานยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย ได้นำเสนอแนวคิดหลัก “Big Cleaning – Big Fighting” เพื่อขับเคลื่อนการเมืองสุจริต โดยเสนอให้นำเทคโนโลยีและบุคลากรด้านโปรแกรมมิงเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ เพิ่มความโปร่งใส และตัดวงจรอิทธิพลมืด พร้อมประกาศเดินหน้าชนกับ 4 ปัญหาใหญ่ของประเทศ ได้แก่ ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา อาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ ปัญหาคอร์รัปชัน และความเหลื่อมล้ำทางสังคม

พลโทภราดรกล่าวถึงแนวทางจัดการสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ต้องเปลี่ยนจากการพึ่งพากำลังทหารเพียงอย่างเดียว มาเป็นการสถาปนาความมั่นคงเชิงพื้นที่ โดยเน้นการป้องกันตนเองเชิงรุกภายใต้กฎหมายและกติกาสากล การจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนเพื่อควบคุมอาชญากรรม และการบูรณาการทำงานระหว่างกองทัพกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อสื่อสารและชี้แจงต่อประชาคมโลกในมิติของสงครามไฮบริด ควบคู่กับการลดความเหลื่อมล้ำทั้งด้านรายได้และความหลากหลายทางเพศ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเสริมความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

ด้านนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย แม่ทัพเศรษฐกิจพรรคไทยสร้างไทย เปิดแผน “Restart ประเทศไทย” โดยเน้นการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนคือการคืนศักดิ์ศรีและโอกาสให้คนไทย พร้อมดึงประสบการณ์จากภาคธุรกิจระดับสากลมาพิสูจน์ศักยภาพของคนไทยในการสร้างนวัตกรรมขั้นสูงด้วยตนเอง ชูนโยบายพัฒนาเมืองอัจฉริยะภายใต้ “ขอนแก่นโมเดล” เป็นต้นแบบการพัฒนาที่พึ่งพาตนเองได้ ลดการรอคอยงบประมาณจากส่วนกลาง และมุ่งแก้ปัญหาหนี้สิน เพิ่มรายได้ประชาชนใน 7 มิติ ครอบคลุมเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ พรรคไทยสร้างไทยยังนำเสนอแนวคิด “Mar Is My” หรือสมุดปกขาวนโยบายเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อเปิดโอกาสให้คนตัวเล็กและผู้ประกอบการ SME เข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม ผ่าน 2 กลไกสำคัญ ได้แก่ “Tokenize Thailand” การใช้เทคโนโลยีโทเคนเพิ่มมูลค่าให้ทรัพย์สินและสินค้าเกษตรในตลาดโลก และ “Automate Thailand” การนำระบบอัตโนมัติมาช่วยแก้ปัญหาแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยย้ำว่าพรรคไม่ได้มุ่งนโยบายแจกเงินในระยะสั้น แต่เป็นการ “แจกโอกาสและถ่ายทอดเทคโนโลยี” เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจไทยให้แข็งแรงและรับมือวิกฤตเศรษฐกิจโลกได้อย่างยั่งยืน