
เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 ที่จังหวัดมหาสารคาม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมหาเสียงกับผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชนในหลายพื้นที่ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

กิจกรรมเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองมหาสารคาม นายธนาธร ร่วมกับ นายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 1 เบอร์ 1 พรรคประชาชน เปิดเวทีปราศรัยบนรถแห่ พบปะทักทายประชาชนที่เดินทางสัญจรและมาจับจ่ายใช้สอย ก่อนเคลื่อนขบวนรถแห่ประชาสัมพันธ์ผู้สมัครไปตามถนนสายหลัก พร้อมเปิดปราศรัยตามจุดต่าง ๆ ภายในเขตเมือง

จากนั้นในช่วงสาย นายธนาธร เดินทางต่อไปยังบ้านหนองแวง ตำบลบรบือ อำเภอบรบือ ร่วมกิจกรรมหาเสียงกับ นายวันชนะ ชัยรุ่งเรือง ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 4 เบอร์ 2 พรรคประชาชน โดยมีการเปิดเวทีปราศรัยท่ามกลางประชาชนในพื้นที่ที่ทยอยเข้าร่วมรับฟังอย่างคึกคัก พร้อมพูดคุย ซักถาม ให้กำลังใจ และขอถ่ายภาพร่วมกับแกนนำพรรคตลอดกิจกรรม

ช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายธนาธรกล่าวถึงบทเรียนทางการเมืองหลังการเลือกตั้งปี 2566 โดยระบุว่าหลายคนยังคงรู้สึกเสียใจที่อดีตพรรคก้าวไกล แม้จะรวมเสียง สส. ได้มากกว่า 250 เสียง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เนื่องจากถูกขัดขวางจากสมาชิกวุฒิสภา ทำให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่สามารถก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งปี 2569 สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากไม่มีสมาชิกวุฒิสภาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป นายธนาธรจึงขอแรงสนับสนุนจากประชาชนให้พรรคประชาชนอย่างล้นหลามทั้งบัตรเลือกตั้งสองใบ เพื่อผลักดันให้พรรคสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้จริง

นายธนาธร ยังระบุว่า โพลหลายสำนักชี้ตรงกันว่าพรรคประชาชนกำลังเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด แต่ย้ำว่ายังไม่เพียงพอ หากชัยชนะไม่มากพอจนฝ่ายตรงข้าม “ปฏิเสธไม่ได้” พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สามารถ “ปันใจ” ให้พรรคอื่นได้ เพราะเป้าหมายคือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางการเมือง

นายธนาธร ได้ย้อนถึงประวัติการต่อสู้ของพรรคตั้งแต่อดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่เคยถูกสบประมาทว่าไม่ซื้อเสียง ไม่พึ่งเครือข่ายอุปถัมภ์ จะมี สส. ได้เพียงไม่กี่คน แต่สุดท้ายสามารถคว้า 81 ที่นั่ง กลายเป็นพรรคอันดับสาม ก่อนที่อดีตพรรคก้าวไกลจะชนะการเลือกตั้งปี 2566 และกลายเป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

“วันนี้ก็ยังมีคนพูดอีกว่าพรรคประชาชนตั้งรัฐบาลไม่ได้ แต่เราจะทำให้ดูอีกครั้ง เลือกตั้งรอบนี้ เป้าหมายไม่ใช่แค่เป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่ต้องตั้งรัฐบาลให้ได้” นายธนาธรกล่าว

นายธนาธร ยังชูจุดขายสำคัญของพรรคประชาชนว่า เป็นพรรคการเมืองแรกที่เปิดตัวทีมว่าที่คณะรัฐมนตรีให้ประชาชนเห็นก่อนการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจบนพื้นฐานของความเหมาะสม ความรู้ และความสามารถ ไม่ใช่ระบบมุ้ง บ้าน หรือสายสัมพันธ์ทางการเมืองแบบเดิม หากไม่เลือกพรรคประชาชน ประเทศก็จะได้เห็นคณะรัฐมนตรีหน้าเดิม ๆ และคนชุดเดิมกลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง ซึ่งไม่อาจพาประเทศก้าวไปข้างหน้าได้

ช่วงท้าย นายธนาธรกล่าวเชิญชวนประชาชนว่า แม้หลายคนอาจหมดหวังกับการเลือกตั้ง แต่ขอให้ใช้บัตรเลือกตั้งเป็นเครื่องมือกำหนดอนาคตของลูกหลาน และเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงประเทศยังเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ หากประชาชนร่วมกันตัดสินใจในศึกเลือกตั้งปี 2569

