นายกฯลั่นกลางสภา’ผมคิดก่อนสั่ง’โต้เดือดข้อหาโยนงาน – ปิดฉากประชุมฉุกละหุก

บรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 10 เมษายน เข้าสู่ช่วงเข้มข้น เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลุกขึ้นกล่าวปิดการแถลงนโยบายรัฐบาล ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกรัฐสภาที่อภิปรายตลอดทั้งวัน

นายอนุทินเปิดฉากด้วยการขอบคุณทุกความเห็น ทั้งข้อเสนอแนะและข้อห่วงใยจากสมาชิก ยืนยันว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับฟัง “ทุกถ้อยคำ” และพร้อมนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ไปปรับใช้เพื่อประชาชน พร้อมยอมรับว่าประเทศกำลังเผชิญความท้าทายทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่งของการชี้แจง นายอนุทินตอบโต้ข้อกล่าวหาว่า “โยนงาน-ไม่รับผิดชอบ” อย่างดุเดือด โดยยืนยันว่า การบริหารงานของตนยึดหลัก “รู้คน รู้ความสามารถ” และมอบหมายงานอย่างมีเป้าหมาย
“ผมคิดก่อนมอบหมายงานเสมอ ไม่มีใครถูกส่งไปทำในสิ่งที่ไม่ถนัด” พร้อมระบุหนักแน่นว่า หากรัฐมนตรีคนใดทำงานล้มเหลว “ก็ต้องรู้ตัวและพร้อมให้คนที่เหมาะสมกว่าเข้ามาทำแทน”

นายอนุทินยังย้อนโต้สมาชิกบางรายที่อภิปรายพาดพิง โดยระบุชัดว่า “ไม่ทำการบ้าน” หลังมีการเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องการจัดคลัสเตอร์งานในรัฐบาล พร้อมย้ำว่าการกำกับดูแลกระทรวงต่าง ๆ เป็นไปตามที่มอบหมายอย่างชัดเจน

ในประเด็นการทำงาน นายกรัฐมนตรีระบุว่า ตนลงพื้นที่จริง “ลุยหน้างาน” ไม่ใช่เพียงสั่งการจากส่วนกลาง พร้อมยกตัวอย่างการแก้ปัญหาน้ำท่วม และการตรวจพื้นที่ชายแดน เพื่อย้ำภาพผู้นำที่ทำงานเชิงรุก

นอกจากนี้ ยังยืนยันให้คำมั่นว่า ครม.ทุกคนได้รับอำนาจเต็มในการทำงาน และต้องรับผิดชอบในหน้าที่ของตน พร้อมเปิดรับคำวิจารณ์บนพื้นฐาน “ข้อเท็จจริง” และย้ำว่า หากมีข้อบกพร่องก็พร้อมขอโทษและแก้ไข

ช่วงท้าย นายอนุทินเน้นย้ำการเมืองเชิงสร้างสรรค์ โดยระบุว่า รัฐบาลพร้อมทำมากกว่านโยบาย 23 ข้อ หากเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และยืนยันสนับสนุนภารกิจของรัฐสภาเต็มที่

อย่างไรก็ตาม จังหวะปิดการประชุมเกิดเหตุการณ์ตึงเครียด เมื่อ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นขอใช้สิทธิพาดพิง แต่ถูก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานการประชุมเบรกทันที พร้อมกล่าวสั้น ๆ ว่า “จบแล้วครับ” แม้พยายามโต้แย้งขอใช้สิทธิ แต่สุดท้ายประธานที่ประชุมยืนยันไม่อนุญาต และปิดการประชุมในเวลา 22.13 น. ทิ้งบรรยากาศค้างคา ท่ามกลางแรงกระเพื่อมทางการเมืองที่ยังไม่จบง่าย ๆ