
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เกิดเหตุระทึกกลางชุมชนในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลต้นมะม่วง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์วิทยุ 191 จังหวัดเพชรบุรี ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่าเกิดเหตุพลุระเบิดภายในบ้านเลขที่ 15/2 ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังวัดท่าชัยศิริ ส่งผลให้เกิดแรงระเบิดรุนแรงจนสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างสรรเพชญ์ธรรมสถาน และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจากค่ายนเรศวร รีบรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที โดยมี พ.ต.อ.โชคชัย เนียลเซ็น ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเพชรบุรี พร้อมด้วย ร.ต.ต.อาทิตย์ บุญเครอะ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี ลงพื้นที่อำนวยการและตรวจสอบเหตุการณ์ด้วยตนเอง

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านต้นเพลิงได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายรวม 7 หลัง ขณะที่แรงระเบิดยังส่งผลกระทบไปในรัศมีกว่า 200 เมตร ทำให้บ้านเรือนอีกนับสิบหลังได้รับความเสียหาย โดยส่วนใหญ่พบหลังคากระเบื้องแตก ฝ้าเพดานพัง และกระจกหน้าต่างแตกกระจาย

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมี 2 ราย ได้แก่ นายสงกรานต์ นภาพรมงคล หรือ “กำนันหมึก” อายุ 68 ปี อดีตกำนันตำบลต้นมะม่วง และนางนันทภัทร ป้องเจริญ อายุ 42 ปี ภรรยาเจ้าของบ้าน โดยพลเมืองดีได้ช่วยนำตัวทั้งสองส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรีก่อนเจ้าหน้าที่เดินทางถึง เบื้องต้นทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและอยู่ในความดูแลของแพทย์

ต่อมา ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้สั่งการด่วนให้นายศรัณย์ เกตุทอง นายอำเภอเมืองเพชรบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเร่งด่วน พร้อมสั่งการให้เทศบาลตำบลต้นมะม่วง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยกู้ภัย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง บูรณาการเข้าช่วยเหลือประชาชน อำนวยความสะดวก และปิดกั้นพื้นที่อันตรายเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเร่งสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและทรัพย์สิน รวมถึงรวบรวมข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด เพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือและเยียวยาตามระเบียบของทางราชการต่อไป พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานด้านเทคนิคเข้าตรวจสอบหาสาเหตุของการระเบิดอย่างละเอียด

เบื้องต้น สาเหตุของเหตุพลุระเบิดครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ เพื่อหาต้นตอที่แท้จริงและกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสะเทือนขวัญในลักษณะเดียวกันขึ้นซ้ำอีกในอนาคต
ข่าว/ภาพ : ไชยวัฒน์ สาดแย้ม ผู้สื่อข่าวจังหวัดเพชรบุรี
