
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ภายหลังทราบข่าวว่ามีชื่อเป็นหนึ่งในผู้ถูกออกหมายจับในคดีเกี่ยวกับการลงทุน Forex โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาหลบหนี และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่
นายภาวุธเปิดเผยว่า เพิ่งทราบเรื่องในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน หลังจากติดตามข่าวสารและทราบกระแสว่าจะมีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนเพิ่งเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูล และยังมีการนัดหมายให้นำเอกสารเพิ่มเติมมาชี้แจง จึงตัดสินใจเดินทางมายัง DSI ทันที เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ
“ผมยังทำหน้าที่ ส.ส.ตามปกติ มีภารกิจประชุมคณะกรรมาธิการหลายคณะ รวมถึงเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการปฏิรูปกฎหมาย และขับเคลื่อนโครงการ Open Commerce Network จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะหลบหนี” นายภาวุธกล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกแปลกใจต่อการขอศาลออกหมายจับ เนื่องจากที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด พร้อมระบุว่า โดยความเข้าใจของตน การออกหมายจับมักใช้กับบุคคลที่มีพฤติการณ์เสี่ยงจะหลบหนี
นายภาวุธยังกล่าวถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้โพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคดีว่า เป็นเพียงการตั้งคำถาม เนื่องจากเห็นว่าคดีนี้ดำเนินการอย่างรวดเร็วผิดปกติเมื่อเทียบกับคดีอื่น ๆ และเมื่อพิจารณาการนำเสนอข่าว กลับพบว่าชื่อของตนถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหลัก ทั้งที่คดีมีผู้เกี่ยวข้องหลายราย
เมื่อถูกถามว่ามองเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายภาวุธตอบว่า ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่ยอมรับว่าเป็นข้อสงสัยที่หลายฝ่ายในสังคมกำลังตั้งคำถาม พร้อมย้ำว่าตนไม่ได้เป็นผู้ให้บริการ Forex ไม่ได้เป็น IB หรือชักชวนบุคคลใดมาลงทุน และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงประชาชน
สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่าพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงสูงถึงกว่า 800 ล้านบาท นายภาวุธระบุว่า รู้สึกตกใจอย่างมาก เพราะไม่เคยมีเงินจำนวนดังกล่าวผ่านบัญชีของตนแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนตัวเลข 28 ล้านบาทที่เคยปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ ได้ชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าเงินทุกบาทมีที่มาที่ไปชัดเจนและไม่ใช่เงินผิดกฎหมาย
นายภาวุธเปิดเผยเพิ่มเติมว่า การนำเอกสารมาชี้แจงในครั้งนี้ เป็นการรวบรวมรายการเดินบัญชีทุกบัญชีตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ ซึ่งมีรายละเอียดจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาพอสมควรในการจัดเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วน
ส่วนประเด็นการซื้อขายทองคำ เจ้าตัวยืนยันว่า ซื้อขายผ่านบริษัท QRS เป็นหลัก และไม่รู้จักหรือเกี่ยวข้องกับโบรกเกอร์หรือ IB รายอื่น พร้อมยืนยันว่าเงินทุกบาทสามารถตรวจสอบได้ และได้ชี้แจงเส้นทางการเงินต่อเจ้าหน้าที่ไปแล้วทั้งหมด
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ DSI สอบปากคำผู้เสียหายแล้วกว่า 300 คน และมีการตั้งข้อสงสัยว่าตนอาจเป็นหัวหน้าขบวนการ นายภาวุธปฏิเสธทันที โดยยืนยันว่าไม่เคยชักชวนใครมาลงทุน ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการ Forex และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสียหายของผู้เสียหาย เพราะตนเป็นเพียงผู้ลงทุนรายหนึ่งเท่านั้น
นายภาวุธยังระบุว่า คดีนี้แตกต่างจากคดี Forex-3D เนื่องจากไม่ใช่ลักษณะแชร์ลูกโซ่ แต่เป็นการที่ผู้ลงทุนตัดสินใจเข้าลงทุนเองผ่านระบบซื้อขาย
ในส่วนข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และการพิจารณาความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด
ภายหลังให้สัมภาษณ์ นายภาวุธได้เดินขึ้นไปยังชั้น 9 ของอาคาร DSI เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน แต่กลับไม่พบเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวน จึงได้ทำหนังสือแสดงเจตจำนงไว้เป็นหลักฐานว่าไม่ได้หลบหนี และพร้อมเข้าพบเจ้าหน้าที่ทุกเมื่อ
“ผมเห็นข่าวแล้วรีบมา เพราะอยากแสดงความบริสุทธิ์ใจ หากมีการออกหมายจับจริง ผมก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม วันนี้สื่อมวลชนทุกคนสามารถเป็นพยานได้ว่าผมเดินทางมาด้วยตัวเอง ไม่มีเจตนาหลบหนี” นายภาวุธกล่าว
พร้อมกันนี้ เจ้าตัวยังขอความเป็นธรรมต่อศาลและอัยการ โดยระบุว่า คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก แต่กลับมีเพียงชื่อของตนที่ถูกจับจ้องในหน้าสื่อ ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนตั้งใจทำงานในฐานะผู้แทนราษฎรและยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่ต่อไป แม้คดีดังกล่าวจะส่งผลให้การทำงานบางส่วนต้องสะดุดลงก็ตาม
