
เมื่อวันที่ 24 เมษายน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดประชุมองค์คณะ เพื่อพิจารณาคำร้องคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ยื่นเอาผิดอดีต 44 ส.ส.พรรคก้าวไกล ฐานทำผิดฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีร่วมลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อยกเลิกมาตรา 112 เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2564
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.15 น. ป.ป.ช.ในฐานะผู้ร้อง เดินทางมาถึงที่ศาลฎีกาฯ เพื่อร่วมรับฟังการพิจารณาคำร้องแล้ว โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ และเข้าไปด้านในศาลทันที
ขณะที่พรรคประชาชน ได้ส่งทีมทนายความและทีมกฎหมายของพรรค นำโดย นายนิธิ ละเอียดดี ทนายความพรรคประชาชน มาร่วมรับฟังคำสั่งของศาลฎีกาฯ ว่าจะรับคำร้องหรือไม่รับคำร้อง โดยไม่ได้มีแกนนำพรรค รวมถึงสส. หรือ อดีตสส.ของพรรคก้าวไกลที่เป็นผู้ถูกกล่าวหา เดินทางมาร่วมรับฟังด้วย เนื่องจากในวันนี้พรรคประชาชนมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค ที่โรงแรมเมเปิล บางนา
สำหรับ บรรยากาศหน้าศาลฎีกาฯ เป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่มีมวลชนที่สนับสนุนพรรค เดินทางมารอฟังหรือให้กำลังใจ และเจ้าหน้าที่ไม่มีการกั้นแผงเหล็กเพื่อจัดระเบียบโซนนักข่าวเหมือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ มีตำรวจจาก บช.น. มาดูแลความสงบเรียบร้อยโดยรอบพื้นที่
ต่อมา ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องคดี 44 ส.ส.พรรคก้าวไกล ลงชื่อแก้ไขม.112 ไว้พิจารณา แต่ไม่สั่งให้ 10 สส.หยุดปฏิบัติหน้าที่
ด้าน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวทันที หลังทราบคำสั่งศาล โดยระบุข้อความสั้นๆ ว่า “ขอให้ทำงานเพื่อประชาชนต่อไปอย่างเต็มที่ครับ” เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้ทีมงานและเพื่อนสส. เดินหน้าทำหน้าที่ในสภาต่อโดยไม่ต้องกังวล
ขณะที่ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.พรรคประชาชน หนึ่งในผู้ถูกร้อง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเช่นกันว่า “ทำงานต่อครับ”


