‘อนุทิน’ นำพิธีพุทธาภิเษกเหรียญ ‘หลวงพ่อทวด’ รุ่นปลอดโรคปลอดภัย’ ระดมทุนช่วยอนามัยทั่วไทย

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่วัดห้วยมงคล ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษกเหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น “ปลอดโรค ปลอดภัย” ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและผู้เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก โดยมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ร่วมประกอบพิธีอย่างสมเกียรติ

ทันทีที่เดินทางถึง นายกรัฐมนตรีได้เข้าสักการะองค์หลวงพ่อทวด พร้อมกราบนมัสการพระพิศาลสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล และสนทนาธรรม ก่อนเข้าสู่มณฑลพิธีเพื่อประกอบพิธีพุทธาภิเษกตามโบราณราชประเพณี

จากนั้น นายกรัฐมนตรีจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย ก่อนพิธีกรสงฆ์กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยและอาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล พร้อมส่งที่เจิมให้เจ้าอาวาสใช้เจิมตู้เทียนชัย และจุดเทียนชนวนเพื่อประกอบพิธีจุดเทียนชัย รวมถึงจุดเทียนอ่างน้ำมนต์ ท่ามกลางเสียงเจริญพระพุทธมนต์ของคณะสงฆ์ที่ดังกังวาน สร้างบรรยากาศแห่งความศักดิ์สิทธิ์และความเป็นสิริมงคล

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีพุทธาภิเษก นายกรัฐมนตรีได้ร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ กรวดน้ำรับพร ก่อนที่คณะสงฆ์จะโปรยข้าวตอกดอกไม้และประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยนายกรัฐมนตรีร่วมโปรยข้าวตอกดอกไม้ กราบลาพระรัตนตรัย และกราบลาประธานสงฆ์ ก่อนเดินทางกลับ

สำหรับการจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น “ปลอดโรค ปลอดภัย” จัดทำขึ้นในฐานะเหรียญที่ระลึกของมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (มูลนิธิ สอน.) เพื่อนำรายได้ไปใช้ในการพัฒนาสถานีอนามัยพระราชทานและสนับสนุนการดำเนินงานของสถานีอนามัยพระราชทานทั้ง 92 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงภารกิจของมูลนิธิส่วนกลาง

เป้าหมายสำคัญของโครงการ คือการยกระดับระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านการจัดหาเทคโนโลยีดิจิทัล เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลรักษาประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกล ให้สามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ มูลนิธิ สอน. ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนและพัฒนาสถานีอนามัยพระราชทานทั้ง 92 แห่งทั่วประเทศ ให้ก้าวสู่การเป็น “สถานีอนามัยต้นแบบ” ทั้งด้านอาคารสถานที่ ภูมิทัศน์ และมาตรฐานการให้บริการ เพื่อเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพของประชาชนในทุกภูมิภาค พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขระดับปฐมภูมิให้มีความมั่นคง ทันสมัย และยั่งยืน รองรับการดูแลสุขภาพของประชาชนในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ