เจาะตลาดจีนครั้งใหญ่ ‘อนุทิน’ ผนึกเสฉวนเปิดศึกชิงนักลงทุนดันสินค้าไทยบุกแดนมังกรตะวันตก

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายหวัง เสี่ยวฮุย (Mr. Wang Xiaohui) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลเสฉวน เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติ Chengdu Century City โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือระหว่างไทยกับมณฑลเสฉวนในหลายมิติ ทั้งการค้า การลงทุน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม การท่องเที่ยว และความร่วมมือระดับท้องถิ่น เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยสู่ตลาดจีนตะวันตกอย่างเป็นรูปธรรม

นายหวังกล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะ พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญของมณฑลเสฉวน ปัจจุบันเสฉวนมีความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับจังหวัดของไทยถึง 5 จังหวัด อีกทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางมาเยือนเสฉวนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

ผู้นำมณฑลเสฉวนยังเปิดเผยว่า ในปี 2568 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับมณฑลเสฉวนมีมูลค่าประมาณ 41,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 112 จากปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน เสฉวนยังเป็นมณฑลที่มีร้านอาหารไทยมากที่สุดในภาคตะวันตกของจีน ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายการส่งออกสินค้าเกษตร อาหาร วัตถุดิบ เครื่องปรุง รวมถึงธุรกิจบริการของไทยเข้าสู่ตลาดจีนได้มากยิ่งขึ้น

ด้านนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลไทย โดยเดินทางเยือน 3 เมืองหลัก ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ นครเฉิงตู และกรุงปักกิ่ง พร้อมได้พบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของไทยในการยกระดับความร่วมมือกับจีนในทุกระดับ ตั้งแต่รัฐบาลกลาง มณฑล เมือง ไปจนถึงภาคเอกชน

นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมการพัฒนาภาคตะวันตกของจีน โดยเฉพาะมณฑลเสฉวนที่ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของภูมิภาค พร้อมระบุว่า เสฉวนซึ่งมีประชากรกว่า 80 ล้านคน ไม่เพียงเป็นตลาดขนาดใหญ่สำหรับสินค้าไทย แต่ยังเป็นแหล่งนักลงทุนคุณภาพที่ไทยต้องการสร้างความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิด

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับมณฑลเสฉวนมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการจัดตั้งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตูมานานกว่า 20 ปี และล่าสุดได้เปิดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประจำนครเฉิงตูอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นศูนย์กลางให้ข้อมูล อำนวยความสะดวก และเชื่อมโยงนักลงทุนจีนกับโอกาสการลงทุนในประเทศไทย

ทั้งนี้ สำนักงาน BOI นครเฉิงตู จะมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล เทคโนโลยีขั้นสูง พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งจะช่วยสร้างงาน ยกระดับทักษะแรงงานไทย ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี ตลอดจนเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ในโอกาสเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังได้พบหารือกับผู้บริหารบริษัทจีนหลายแห่งที่ลงทุนหรือมีแผนขยายธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งหลายบริษัทมีสำนักงานใหญ่หรือฐานธุรกิจอยู่ในมณฑลเสฉวน โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ ภายใต้กรอบกฎหมายและผลประโยชน์ของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารและผู้ประกอบการไทยกว่า 150 ราย เข้าร่วมกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่นครเฉิงตู เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ หาคู่ค้า เปิดช่องทางจำหน่ายสินค้า และขยายเครือข่ายการลงทุนในตลาดจีนตะวันตก ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจไทยต่อศักยภาพของมณฑลเสฉวน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า การเยือนนครเฉิงตูครั้งนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการเปิดตลาดใหม่ให้สินค้าและบริการของไทย ดึงดูดการลงทุนและเทคโนโลยีเข้าสู่ประเทศ สร้างโอกาสด้านการจ้างงาน เพิ่มรายได้ และยกระดับทักษะแรงงานไทย พร้อมเปิดประตูให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่กว่า 80 ล้านคนในมณฑลเสฉวน และต่อยอดสู่ภูมิภาคตะวันตกของจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ช่วงท้ายของการหารือ นายกรัฐมนตรีได้ขอความร่วมมือจากฝ่ายมณฑลเสฉวนในการดูแลผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวไทยที่พำนักหรือเดินทางมายังมณฑลเสฉวน พร้อมเชิญนายหวัง เสี่ยวฮุย และนางซือ เสี่ยวหลิน เดินทางเยือนประเทศไทยในโอกาสอันเหมาะสม เพื่อสานต่อความร่วมมือระหว่างไทยกับมณฑลเสฉวนให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องและเกิดผลเป็นรูปธรรมในทุกมิติ