เชือดล็อตใหญ่! ไฟเขียวถอด 5,925 รายเซ่นพิษโกงสอบท้องถิ่นเปิดบัญชีใหม่ 7 ส.ค.

คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น(ก.กลาง)เคาะล้างบางโกงสอบท้องถิ่น! สั่งถอด 5,925 ราย เปิดบัญชีใหม่ 7 ส.ค. จับตา 97 คนยังทำงานต่อ

เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ว่า ที่ประชุมมีมติรับข้อเสนอของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ให้ดำเนินการตามแนวทางแก้ไขปัญหาการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หลังตรวจพบผู้มีคะแนนสอบผิดปกติจำนวน 5,925 ราย

รมช.มหาดไทย ระบุว่า กสถ.จะประกาศบัญชีผู้สอบแข่งขันฉบับใหม่ในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลของผู้มีคะแนนผิดปกติทั้งหมด จะถูกส่งไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในวันที่ 10 สิงหาคม เพื่อให้คณะกรรมการจังหวัด (ก.จังหวัด) พิจารณาดำเนินการ ก่อนส่งต่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ถอดถอนผู้ที่ได้รับการบรรจุจากบัญชีเดิมให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

สำหรับกรณี 97 ราย ที่เดิมสอบผ่านเกณฑ์ แต่มีการปรับคะแนนให้สูงขึ้นจนได้รับการบรรจุ นายวรศิษฎ์ชี้แจงว่า บุคคลกลุ่มนี้ยังคงมีรายชื่ออยู่ในบัญชีใหม่ เนื่องจากการดำเนินการครั้งนี้เป็นเพียงการประกาศผลคะแนนที่ถูกต้องเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จะต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยหน่วยงานต้นสังกัดต้องประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ หากพบความผิดก็จะเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อถูกถามถึงกรอบเวลาการสอบสวน 97 ราย เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาตายตัวได้ เพราะแต่ละพื้นที่มีขั้นตอนและข้อจำกัดแตกต่างกัน

ส่วนสถานะของทั้ง 97 รายในระหว่างการสอบสวน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่า ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ภายใต้เงื่อนไขของการสืบสวนสอบสวน ขณะที่กลุ่มผู้ที่ถูกตรวจพบว่ามีการแก้ไขคะแนนจากไม่ผ่านเป็นผ่าน จะต้องถูกดำเนินการถอดถอนให้เสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้

กรณีที่ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิอาจยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว นายวรศิษฎ์ยอมรับว่าเป็นสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ แต่ยืนยันว่า ทั้ง กสถ. และ ก.กลาง ดำเนินการบนข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ โดยจะส่งทั้งหลักฐานและแนวทางปฏิบัติให้ ก.จังหวัด และ อปท.ทั่วประเทศใช้เป็นแนวทางดำเนินการ เพื่อลดความกังวลของหน่วยงานผู้ปฏิบัติ

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะจัดตั้งทีมเฉพาะกิจด้านกฎหมายเพื่อติดตามและรับมือ หากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นในอนาคต

เมื่อถูกถามว่า หากในอนาคตศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกถอดถอนชนะคดี ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในการคืนตำแหน่ง นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ยังไม่ต้องการให้สังคมไปไกลถึงขั้นนั้น เพราะสิ่งที่หน่วยงานตรวจพบในขณะนี้คือ ความผิดปกติของคะแนนสอบที่มีหลักฐานรองรับอย่างชัดเจน

นายวรศิษฎ์ย้ำว่า ทุกกระบวนการที่ กสถ. และ ก.กลาง ดำเนินการ อาศัยหลักฐานที่ตรวจสอบได้ด้วยกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนการจะชี้ชัดว่าบุคคลใดทุจริตหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ป.ป.ช. ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

พร้อมกันนี้ จะมีการจัดส่ง คู่มือแนวปฏิบัติ ไปยังหน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นหลักในการดำเนินการถอดถอนและบริหารจัดการผลกระทบอย่างเป็นมาตรฐาน โดยระบุว่า การประชุม ก.กลาง ที่ใช้เวลานาน เนื่องจากมีการหารือประเด็นข้อกฎหมายหลายด้าน ก่อนจะได้ข้อยุติร่วมกัน

ส่วนกรณีที่กองบังคับการปราบปรามแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในคดีทุจริตสอบท้องถิ่นนั้น นายวรศิษฎ์กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่จะดำเนินการสอบสวนให้ถึงที่สุด พร้อมยืนยันจุดยืนของกระทรวงมหาดไทยว่า จะไม่ปกป้องผู้กระทำผิดไม่ว่าบุคคลนั้นจะอยู่ในตำแหน่งใด หากข้อเท็จจริงปรากฏชัด ก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด