กมธ.ศาสนาฯ จ่อชงมาตรการใหญ่จัดระเบียบทัวร์อุมเราะห์ หลังผู้แสวงบุญถูกทอดทิ้ง

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีผู้แสวงบุญชาวไทยมุสลิมจำนวนกว่าร้อยชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถูกทอดทิ้งที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จนไม่สามารถเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้ตามความตั้งใจ ว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของผู้เสียหายด้วยความห่วงใยและรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า พิธีอุมเราะห์ หรือ “ยัจญ์เล็ก” ถือเป็นการเดินทางแสวงบุญเพื่อขัดเกลาจิตใจ ณ นครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพี่น้องชาวมุสลิม หลายคนเฝ้ารอและเก็บหอมรอมริบมาตลอดชีวิตเพื่อให้ได้มีโอกาสเดินทางไปประกอบพิธีดังกล่าว แม้จะไม่ใช่ข้อบังคับทางศาสนาเช่นเดียวกับพิธีฮัจญ์ แต่ก็เป็นความตั้งใจอันยิ่งใหญ่และมีคุณค่าทางจิตใจอย่างยิ่งของผู้ศรัทธา

“เมื่อความหวังของผู้แสวงบุญ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ต้องพังทลายลงกลางสนามบิน ถือเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจและสร้างความสะเทือนใจต่อสังคมอย่างมาก” นางธิวัลรัตน์ กล่าว

ประธานกรรมาธิการการศาสนาฯ กล่าวว่า จากข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่ามีการโฆษณาชักชวนประชาชนด้วยราคาค่าเดินทางที่ต่ำกว่าต้นทุนจริง และไม่มีการจองรายการนำเที่ยวหรือจัดหาตั๋วเครื่องบินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งปัญหาลักษณะดังกล่าวไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เป็นปัญหาที่เกิดซ้ำและสะสมมาเป็นเวลานาน จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขอย่างจริงจังและเป็นระบบ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะเร่งติดตามแนวทางช่วยเหลือผู้เสียหายในระยะสั้น โดยเฉพาะการติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดี การตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อหาแนวทางนำทรัพย์สินมาเฉลี่ยคืนและชดเชยความเสียหายแก่ผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน จะติดตามการดูแลผู้แสวงบุญที่เดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย ซึ่งได้รับรายงานว่ากระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการช่วยเหลือแล้ว พร้อมประสานเครือข่ายผู้นำศาสนาเพื่อดูแลสภาพจิตใจของผู้เสียหาย รวมทั้งร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ประชาชนรู้เท่าทันและสังเกตพฤติกรรมของบริษัททัวร์ที่อาจเข้าข่ายหลอกลวง

นางธิวัลรัตน์ กล่าวอีกว่า ในระยะยาว คณะกรรมาธิการการศาสนาฯ เตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง อาทิ กรมการปกครอง โดยกองส่งเสริมองค์กรศาสนาอิสลามและกิจการฮัจย์ กรมการท่องเที่ยว สมาคมผู้ประกอบการทัวร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อศึกษาและวางแนวทางป้องกันปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งการบูรณาการฐานข้อมูลแบบ One-Stop Service การทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการจัดระเบียบตัวแทนสัญญานำเที่ยวในพื้นที่ เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงซ้ำอีก

“คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และจะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เพื่อหาข้อสรุปและมาตรการที่ชัดเจนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพราะเราไม่ต้องการเห็นความฝันและศรัทธาของพี่น้องประชาชนถูกทำลายด้วยการแสวงหาผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มอีกต่อไป” นางธิวัลรัตน์ กล่าว

พร้อมกันนี้ ประธานกรรมาธิการการศาสนาฯ ยังเปิดช่องให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในลักษณะเดียวกัน สามารถส่งข้อมูลหรือข้อร้องเรียนมายังคณะกรรมาธิการได้โดยตรง และกล่าวขอบคุณฝ่ายบริหาร นำโดยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ที่ได้เร่งประสานเข้าช่วยเหลือกลุ่มผู้แสวงบุญที่ตกค้างอยู่ภายในสนามบิน และนำผู้แสวงบุญทั้งหมดเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัย