
จุน วนวิทย์
วงการธุรกิจไทยสูญเสียบุคคลสำคัญอีกหนึ่งคน เมื่อ “อากงจุน” จุน วนวิทย์ ผู้ก่อตั้งบริษัทผู้ผลิตพัดลมแบรนด์ Hatari และนักธุรกิจผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้ใจบุญของเอเชีย ได้ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 สิริอายุ 89 ปี
ครอบครัวได้กำหนดพิธีสวดพระอภิธรรม ณ วัดเทพศิรินทราวาส ศาลากวีนิรมิต (ศาลากลางน้ำ) ระหว่างวันที่ 5 – 9 มีนาคม 2569 และในวันที่ 10 มีนาคม เวลา 17.00 น. จะประกอบพิธีกงเต๊ก
ตลอดชีวิตของ “อากงจุน” ไม่เพียงเป็นนักธุรกิจผู้สร้างแบรนด์พัดลมที่อยู่แทบทุกบ้านของคนไทย แต่ยังเป็น “ผู้ให้” ที่อุทิศทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างเงียบงัน
หนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง คือในปี 2565 เมื่อเขาบริจาคเงินจำนวน 900 ล้านบาท ให้กับ มูลนิธิรามาธิบดี เพื่อสนับสนุนการสร้างอาคารและโครงการนวัตกรรมทางการแพทย์ จนกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ ผู้คนจำนวนมากต่างโพสต์ภาพพัดลมฮาตาริที่อยู่ในบ้านของตน เพื่อแสดงความชื่นชมและขอบคุณเจ้าของแบรนด์ผู้มีหัวใจแห่งการแบ่งปัน

บริจาคเงิน 900 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิรามาธิบดีสร้างอาคารและโครงการนวัตกรรมทางการแพทย์
ต่อมานิตยสาร Forbes ยังยกย่องให้เขาเป็นหนึ่งใน 15 “เศรษฐีใจบุญแห่งเอเชีย”
อย่างไรก็ตาม การบริจาคครั้งนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำความดีตลอดชีวิต เพราะก่อนหน้านั้น “อากงจุน” ได้บริจาคให้มูลนิธิรามาธิบดีต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี รวมแล้วกว่า 1,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังได้บริจาคเงิน 200 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวงและจัดหาเครื่องมือแพทย์ รวมทั้งสนับสนุนอุปกรณ์การแพทย์ให้กับ โรงพยาบาลตำรวจ จำนวน 15 ล้านบาท และโรงพยาบาลท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย อีก 40 ล้านบาท
ด้านการศึกษา “อากงจุน” ยังมอบทุนทรัพย์ส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาพยาบาลและนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้สามารถเรียนต่อจนจบหลักสูตร 4 ปี รวมมูลค่าถึง 800 ล้านบาท
เมื่อรวมตลอดช่วงชีวิต เงินที่เขามอบให้กับสังคมผ่านมูลนิธิและองค์กรการกุศลต่าง ๆ มีมูลค่า ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการรักษา และเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับคนรุ่นใหม่อีกนับไม่ถ้วน
สิ่งสำคัญคือ การบริจาคทั้งหมดล้วนเป็น ทรัพย์สินส่วนตัว ของเขา และแทบไม่มีการประชาสัมพันธ์หรือสร้างภาพลักษณ์ใด ๆ
การจากไปของ “อากงจุน” จึงไม่ใช่เพียงการสูญเสียนักธุรกิจผู้สร้างแบรนด์ระดับตำนาน แต่ยังเป็นการอำลาของ “ผู้ให้เงียบงัน” ที่ใช้ทรัพย์สินทั้งชีวิตเปลี่ยนเป็นโอกาสและความหวังให้กับผู้คนจำนวนมหาศาล
และในท้ายที่สุด เขาจากไปอย่างเรียบง่าย ราวกับทิ้งไว้เพียง ความดีที่ยังคงหมุนเวียนอยู่ในสังคม เหมือนลมเย็นจากพัดลมที่อยู่แทบทุกบ้านของคนไทย
