โชว์ศักยภาพไทยกลางเวที IMF นำทัพผลิตภัณฑ์ชุมชนโกอินเตอร์ผ่านแพลตฟอร์ม BAAC Matching

นางภัทรพร วรทรัพย์ กรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วย นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เข้าร่วมการประชุมใหญ่ประจำปี (Plenary Session) สภาผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings – AM2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ ได้ให้การต้อนรับ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ กรรมการกฤษฎีกาและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในโอกาสเยี่ยมชมบูธ ธ.ก.ส.

จากนั้น นายฉัตรชัย ศิริไล ได้ร่วมให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการออนไลน์ Insight Investor สำนักข่าวไทย ในฐานะ Sustainable Rural Development Bank ที่พร้อมเชื่อมโยงเกษตรกรไทยกับองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และตลาดต่างประเทศ โดยเปิดเผยทิศทางการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยผ่าน 3 โอกาสสำคัญ ได้แก่ การระดมเงินทุนต่างประเทศสนับสนุนการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, การยกระดับสินค้าเกษตรสู่ตลาดมูลค่าสูง และการสร้างพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ธ.ก.ส. พร้อมขับเคลื่อนภารกิจยกระดับศักยภาพเกษตรกรไทยสู่การผลิตเกษตรมูลค่าสูงและเกษตรแม่นยำ พร้อมเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน (Building Resilience) ให้เกษตรกรรับมือวิกฤตความเสี่ยงรอบด้านใน 4 มิติ ประกอบด้วย:

  1. Financial Resilience: บริหารจัดการหนี้อย่างเหมาะสม การปรับโครงสร้างหนี้ และสนับสนุนเงินทุนเพื่อฟื้นฟูและปรับเปลี่ยนอาชีพ
  2. Climate Resilience: ส่งเสริมการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพและการปรับเปลี่ยนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  3. Income Resilience: สร้างรายได้หลายช่องทาง เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และพัฒนาธุรกิจชุมชน
  4. Community Resilience: พัฒนาศักยภาพชุมชน สร้างเครือข่ายเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนให้บริหารจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้ประยุกต์ใช้ Small AI หรือเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริงและเข้าถึงง่าย มุ่งสู่การเป็น Intelligent Rural Development Bank ครอบคลุมทั้ง AI for Smart Farming วางแผนการผลิตและแจ้งเตือนภัยธรรมชาติ, AI for Smart Lending ออกแบบวงเงินและระยะเวลาชำระหนี้ตามความสามารถในการผลิต, AI for Personalized Financial Services แนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสม, และ AI for Climate and Carbon Monitoring ตรวจสอบการลดก๊าซเรือนกระจกสนับสนุนโครงการ BAAC Carbon Credit โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลและไม่ทิ้งเกษตรกรรายย่อยไว้ข้างหลัง

ภายในงานเดียวกัน กระทรวงการคลังยังได้สนับสนุนการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน (Essence Glam) จากเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. มาจัดแสดงและจำหน่ายให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เลือกชมและซื้อเป็นของฝาก ได้แก่ กระเป๋าผ้าลายอย่าง จ.พระนครศรีอยุธยา, ข้าวหอมมะลิพร้อมทาน ตราอุ่นอิ่ม จ.ร้อยเอ็ด สุรินทร์ และนครปฐม, กระเป๋าผ้าหมักโคลนปักลาย จ.สุโขทัย, ผ้าฝ้ายคลุมไหล่ จ.ตราด, กระเป๋าผักตบชวา จ.พะเยา, ตุ๊กตาช้างผ้าขาวม้า จ.ราชบุรี, ซองใส่นามบัตรเตยปาหนัน จ.กระบี่, กระเป๋ากระจูดสานปักลาย จ.พัทลุง และกระเป๋ากาบกล้วย จ.ราชบุรี

สำหรับ ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์สินค้าคุณภาพดังกล่าว ธ.ก.ส. ได้รวบรวมและคัดสรรผลิตภัณฑ์จากลูกค้าทั่วประเทศไว้บนแพลตฟอร์ม BAAC Matching เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดออนไลน์ อำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถเลือกชมและ สั่งซื้อได้โดยตรงจากผู้ประกอบการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางเว็บไซต์ https://baacmatching.baac.or.th