สั่งรื้อรีสอร์ต-สิ่งปลูกสร้างรุกป่านายทุนสะเทือนตรวจเพิ่มกว่า 200 แปลงต้องสงสัย

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.ต.สุรพล บุญมา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต บริเวณหาดกล้วย (รายัน โฮลดิ้ง) และหาดบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

นายพลพีร์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามการดำเนินการหลังกรมที่ดินได้เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถเรียบร้อยแล้ว โดยในวันนี้หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เข้าติดป้ายประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พร้อมกำหนดกรอบเวลา 15 วัน หากผู้ครอบครองไม่ดำเนินการภายในกำหนด ภาครัฐจะขออำนาจศาลเข้ารื้อถอนเอง และดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าใช้จ่ายจากผู้กระทำผิดต่อไป

“ขอให้ประชาชนชาวภูเก็ตมั่นใจได้ว่า ภาครัฐจะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด ไม่มีการละเว้นอย่างแน่นอน” นายพลพีร์ กล่าว

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาดังกล่าว เนื่องจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่มีมูลค่ามหาศาล ตั้งแต่หลักพันล้านถึงหมื่นล้านบาท การดำเนินการจึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ รัดกุม และมีพยานหลักฐานที่สมบูรณ์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการฟ้องร้องกลับในภายหลัง

พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้อธิบดีกรมที่ดินร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยอย่างใกล้ชิด แม้บางพื้นที่อาจต้องใช้เวลาในการรวบรวมหลักฐาน แต่สำหรับพื้นที่ที่ลงตรวจในครั้งนี้ ถือเป็นพื้นที่ที่ถูกเพิกถอนสิทธิแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์

นายพลพีร์ กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีที่ดินอีกกว่า 200 แปลง ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้เร่งจัดการปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐให้หมดสิ้น

สำหรับรูปแบบการบุกรุกที่พบ มีทั้งการนำเอกสารสิทธิที่ถูกต้องไปขยายอาณาเขตโดยมิชอบ หรือที่เรียกว่า “ที่ดินบวม” รวมถึงการนำเอกสารสิทธิจากพื้นที่อื่นมาสวมสิทธิทับพื้นที่ หรือ “โฉนดลอย” ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบทุกกรณีอย่างละเอียด

“เราเน้นย้ำให้เจ้าพนักงานที่ดินตรวจสอบทุกแปลงที่ต้องสงสัยว่า ได้เอกสารสิทธิมาอย่างไร ออกเมื่อใด และถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่ามีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด แม้เอกสารเหล่านั้นจะออกมาหลายสิบปีแล้วก็ตาม หากพิสูจน์ได้ว่าผิดกฎหมาย จะต้องเพิกถอนเพียงอย่างเดียว” นายพลพีร์ กล่าว

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายและการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบ หลังจากกรมที่ดินมีคำสั่งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2565 ให้เพิกถอนโฉนดที่ดินจำนวน 2 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ เนื่องจากเป็นการออกโฉนดทับซ้อนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ

ขณะที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถได้ติดประกาศบังคับคดี สั่งให้ผู้ครอบครองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน หากไม่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่จะขออำนาจศาลเข้ารื้อถอน พร้อมเรียกค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากผู้กระทำผิด

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพื้นที่บริเวณหาดบางเทา พบว่ามีที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิประมาณ 6 ไร่ ถูกบุกรุกก่อสร้างร้านค้าและสิ่งปลูกสร้างรวม 31 รายการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้กำลังดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484

ขณะเดียวกัน ยังพบที่ดินมีโฉนดถูกต้องจำนวน 5 แปลง รวมประมาณ 9 ไร่ ถือกรรมสิทธิ์โดยบริษัทเอกชน และยังพบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลงบนชายหาดสาธารณะอีก 17 รายการ

นายพลพีร์ ได้กำชับให้กรมที่ดินเร่งตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยทั้งหมด รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง หากพบว่ามีการออกเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อทวงคืนผืนดินของรัฐและรักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศอย่างถึงที่สุด