‘เจเศรษฐ์-ชัชชาติ-คมนาคม’ ลงพื้นที่วงเวียนใหญ่คุมวิกฤตอุโมงค์รถไฟฟ้ารั่วเร่งย้ายสะพานลอย

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามสถานการณ์กรณีน้ำรั่วซึมบริเวณอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้า พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด

ต่อมาเวลา 20.00 น. นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางลงพื้นที่ร่วมติดตามสถานการณ์ พร้อมประชุมหารือกับนายเจเศรษฐ์ โดยมี นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นางสาวสุวรา ทวิชศรี ผู้ว่าการการประปานครหลวง ผู้บริหารการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ารายงานสถานการณ์และความคืบหน้าของการดำเนินงานอย่างละเอียด

การประชุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการการทำงานทุกมิติ ทั้งด้านวิศวกรรม การกู้ภัย การจราจร และการสื่อสารข้อมูลกับประชาชน เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างมีเอกภาพและลดผลกระทบให้ประชาชนมากที่สุด

จากรายงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระบุว่า รฟม.ร่วมกับผู้รับจ้างก่อสร้างยังคงเร่งดำเนินการอุดและควบคุมจุดรั่วซึมอย่างต่อเนื่อง โดยมีทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญติดตามและประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามหลักวิศวกรรมและเกิดความปลอดภัยสูงสุด

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เตรียมนำรถเครนขนาดใหญ่เข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายสะพานลอยคนเดินข้ามบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้เครื่องจักรและเจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเวลาประมาณ 02.00 น.

สำหรับการขยายพื้นที่ควบคุมเพิ่มเติมในบริเวณโดยรอบ หน่วยงานยืนยันว่าเป็นมาตรการที่ดำเนินการตามหลักวิศวกรรมและมาตรฐานด้านความปลอดภัย เพื่อเพิ่มระยะปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุดพบว่า อัตราการทรุดตัวของพื้นที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และทุกขั้นตอนยังอยู่ภายใต้การประเมินและกำกับดูแลของทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด

นายเจเศรษฐ์ เปิดเผยว่า แม้อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจร่วมกับนายกรัฐมนตรี ณ ประเทศมาเลเซีย แต่ได้ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด และสั่งการไปยังหน่วยงานในกำกับทันทีตั้งแต่ได้รับรายงาน เพื่อเตรียมพร้อมรองรับทุกสถานการณ์โดยไม่รอจนเดินทางกลับประเทศไทย

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมกำลังพล ชุดค้นหาและกู้ภัยในเขตเมืองแห่งชาติ (USAR Thailand) รถกู้ภัย เครื่องสูบน้ำกำลังสูง ระบบไฟส่องสว่างเคลื่อนที่ เครื่องมือกู้ภัยหนัก และอุปกรณ์กู้ภัยเฉพาะทาง เพื่อพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจทันทีเมื่อได้รับการร้องขอจากศูนย์บัญชาการเหตุการณ์

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองระดมผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างร่วมประเมินสถานการณ์และให้คำปรึกษาทางวิชาการแก่หน่วยงานในพื้นที่ โดยได้ประสาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ วีระศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา เข้าร่วมให้คำปรึกษาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของเหตุการณ์ เพื่อให้การประเมินสภาพโครงสร้างและการกำหนดแนวทางแก้ไขเป็นไปอย่างรอบคอบตามหลักวิชาการ

ขณะที่การประปานครหลวงได้เตรียมความพร้อมด้านระบบน้ำ เพื่อรองรับการทดสอบทางวิศวกรรมของ รฟม. หากมีความจำเป็นต้องใช้น้ำในการตรวจสอบเส้นทางการรั่วซึมและประเมินว่ามีน้ำไหลเข้าสู่บริเวณโครงสร้างหรือท่อซีเมนต์ตามสมมติฐานทางวิศวกรรมหรือไม่ โดยผลการทดสอบดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ประกอบการวิเคราะห์ของทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญ และคาดว่าจะสามารถประเมินผลได้ในช่วงเย็นของวันที่ 11 กรกฎาคมนี้

“แม้จะอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจต่างประเทศ แต่ผมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในกำกับเตรียมความพร้อมทันที เพราะความปลอดภัยของประชาชนรอไม่ได้ เมื่อเดินทางกลับถึงประเทศไทย ผมจึงเดินทางมายังพื้นที่ทันที เพื่อติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง รับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

นายเจเศรษฐ์ กล่าวย้ำว่า การบริหารจัดการเหตุการณ์ครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร รฟม. ผู้รับจ้างก่อสร้าง หน่วยงานด้านวิศวกรรม ตำรวจ หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานด้านสาธารณูปโภค เพื่อให้ทุกการตัดสินใจอยู่บนข้อมูลทางวิชาการและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ

“การบริหารจัดการสาธารณภัยที่ดี ต้องเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ ทุกการตัดสินใจต้องอยู่บนข้อมูลทางวิชาการและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ พร้อมบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด ความปลอดภัยของประชาชนคือสิ่งสำคัญสูงสุด กระทรวงมหาดไทยพร้อมสนับสนุนทุกภารกิจอย่างเต็มกำลัง และจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย” นายเจเศรษฐ์ กล่าว